Showing posts with label หลวงปู่หล้า เขมปัตโต. Show all posts
Showing posts with label หลวงปู่หล้า เขมปัตโต. Show all posts

28.7.18

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหามกุฏฯ) ..เมื่อยังมีการเวียนว่ายอยู่ในสงสาร ชื่อว่า อโหสิกรรม ก็จะไม่มี..

BY Somchatchai IN , , No comments

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหามกุฏฯ) ..เมื่อยังมีการเวียนว่ายอยู่ในสงสาร ชื่อว่า อโหสิกรรม ก็จะไม่มี..

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับมหามกุฏฯ) เล่มที่ ๖๙
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่มที่ ๗ ภาคที่ ๒
หน้าที่ ๔๒๑
http://etipitaka.com/read/thaimm/69/421


หลวงตาศิริ อินฺทสิริ ..อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์ ..ถ้าขันธ์ 5 มีเจ้าของมีเราอยู่ เราก็ไปรับผลของกรรมต่อไปอีก ขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของ พระอรหันต์//

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..แต่ท่องเที่ยวมาในวัฏสงสารนี่ แต่สิให้ผลหมดแล้ว หรือบ่หมดก็ตาม ขั่นในทางดี มันก็นำต่อไปจนถึงชาติพระนิพพาน ขั่นในทางชั่ว มันก็นำต่อไปถึงชาติเข้าสู่พระนิพพานเหมือนกัน

อุปมาคือพระองค์เจ้า ไปวางยาเขาผิด บ่ได้เจตนา ผลของกรรมอันนั่น นำขันธวิบากของพระองค์เจ้า ไปยังชาติเข้าสู่พระนิพพาน ในทางที่มันพลาด

แต่ว่าอาศัยกิเลสขององค์ท่านบ่มี มันก็เลยกินแมงวันบ่เบื่อ เป็นอโหสิกรรมไป..

บางส่วนจาก พระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ใจไม่ถึงโลกุตรธรรมก็ขาดที่พึ่ง 13 เม.ย. 2525
https://youtu.be/hHezihYseeU?t=9m2s (9:02 - 9:50)

หลวงตาศิริ อินฺทสิริ ..มีกรรมอันนึง กฏัตตากรรม กรรมสักแต่ว่าซื้อๆ บ่คึดว่าสิทำเป็นบุญเป็นบาป ทำไปซื่อๆเฮ็ดไปซื้อๆ  ฉะนั้นมันมีกรรมที่ว่ามานี้ กรรมจะติดตามเราไปจำแนกแจกสัตว์ ให้ไปอยู่ในภพในภูมิต่างๆกัน นอกจากพระอรหันต์

พระอรหันต์หนิ อโหสิกรรมเด้ ฮู้จักบ่ อโหสิกรรม กรรมก็สักแต่ว่า พระอรหันต์ จิตของท่านอยู่นอกธาตุเหนือขันธ์ การไปทำกรรมพวกนี้ ก็เป็นเพียงกิริยาอาการของธาตุของขันธ์ ท่านไม่มายึดเอาขันธ์ 5 เป็นเราอีกแล้ว

พระอรหันต์ ขันธ์ 5 มันทำงาน แล้วแต่มันจะทำงานไป เป็นกิริยาอาการของธาตุของขันธ์ ท่านไม่ได้มายึดติด พระอรหันต์ก็กินข้าวคือเก่า คึดคือเก่า อันนั่นคือเก่า ทำบุญทำบาปอยู่อย่างซี่ล่ะ แต่กรรมพวกนี้ เป็นอโหสิกรรม

อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์เท่านั้นเด้ จิตท่านอยู่นอกธาตุเหนือขันธ์ เอาขันธ์ 5 ไปทำอะไร ก็ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาปเพราะขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของแล้ว

ถ้าขันธ์ 5 มีเจ้าของมีเราอยู่ เราก็ไปรับผลของกรรมต่อไปอีก ขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของ พระอรหันต์ ตาเห็นรูปก็บ่แม่นเราเห็น หูได้ยินเสียงบ่แม่นเรา ขันธ์ 5 เกิดดับ บ่แม่นเราเกิดเราดับ บ่มีเรา มีสัตว์บุคคลตัวตนอยู่ในหนี่

พระอรหันต์จึงเป็นอโหสิกรรม บ่แม่นขออโหสิกรรมเด้อ ขออโหสิกรรมเด้อ อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์..

 บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงตาศิริ อินฺทสิริ - ๖.สุญญตามหาปุริสา (31:22 - 33:26)
https://drive.google.com/drive/u/0/folders/0B6OG_Su4MwGZZzJQZkFDckxyTG8

31.3.18

สำคัญอยู่กับที่เห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ก็ผู้นั้นเห็นตน ผู้ใดเห็นตนผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเคารพธรรม ก็ผู้นั้นเคารพตน เคารพเหล่าตถาคตด้วย เคารพพระธรรมด้วย พระอริยสงฆ์ด้วย อันเดียวกัน

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..สำคัญอยู่กับที่กิเลสเบาบาง และเหือดแห้งหายไป ชาติชั้นวรรณะก็ไม่สำคัญ รูปโฉมก็ไม่สำคัญ สำคัญอยู่กับที่เห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นเห็นธรรม

ผู้ใดเห็นธรรม ก็ผู้นั้นเห็นตน ผู้ใดเห็นตนผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเคารพธรรม ก็ผู้นั้นเคารพตน เคารพเหล่าตถาคตด้วย เคารพพระธรรมด้วย พระอริยสงฆ์ด้วย อันเดียวกัน..

บางส่วนจาก เทศนาธรรมหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ศาสนาแห่งเหตุผล1
https://youtu.be/ycx6OhCQPNg?t=25m50s (25:50 - 26:22)

19.3.18

เมื่อเราไม่สงสัยในโลกๆเลขๆแล้ว วิญญาณปฏิสนธิของเรา ก็ไม่เห่อเหิมจนลืมตัว ปัญหาของเราก็น้อยลงอีกเหมือนกัน ปัญหาด้านจิตใจของเรา ก็น้อยลง

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..เมื่อเราไม่สงสัยในโลกๆเลขๆแล้ว วิญญาณปฏิสนธิของเรา ก็ไม่เห่อเหิมจนลืมตัว ปัญหาของเราก็น้อยลงอีกเหมือนกัน ปัญหาด้านจิตใจของเรา ก็น้อยลง,

..เราเห็นความตายชัดในปัจจุบันชาติ ความตายในอดีตหรืออนาคตเราก็ไม่ต้องสงสัย เราเห็นอนิจจังชัดในปัจจุบัน อนิจจังในอดีต อนิจจังในอนาคตเราก็ไม่สงสัย

เราเห็นความแก่ในปัจจุบัน ความแก่ในอดีต ความแก่ในอนาคต เราก็ไม่ต้องสงสัย เราเห็นทุกข์ในปัจจุบัน ว่าชาติเป็นทุกข์ ชรา พยาธิ มรณะ ความโศกเศร้าเสียใจ เป็นทุกข์ ในปัจจุบัน อดีตที่ล่วงมาแล้ว เราก็ไม่สงสัย อนาคตเราก็ไม่สงสัย อีก

เมื่อเราไม่สงสัยในโลกๆเลขๆแล้ว วิญญาณปฏิสนธิของเรา ก็ไม่เห่อเหิมจนลืมตัว ปัญหาของเราก็น้อยลงอีกเหมือนกัน ปัญหาด้านจิตใจของเรา ก็น้อยลง

ถ้าหากว่า เราเข้าใจว่า โลกจะเป็นอื่น นอกจากทุกข์ไปแล้ว คงจะมีสุขอยู่เท่าเม็ดงาขาลิ้น อย่างนี้ ปัญหาของเราก็มีมาก

ถ้าหากว่าเราถือว่า คำว่าโลกๆ หนิ ก็คือ ปลุชฺชตีติ แปลว่าผู้ย่อยยับไป แปลว่าผู้อลหม่านอยู่ในกองทุกข์ แปลว่าผู้เดินสวนสนามในกองทุกข์ ในธรรมชั้นสูง ของพระพุทธศาสนา ความสงสัยในโลกทั้งปวง ความสงสัยในปัญหาของตนทั้งปวง มันก็ไม่มี

เมื่อความสงสัยของเราไม่มี ทีนี้ ยาโอสถอันนี้มาถูก(มาโดน) ล้างความสงสัยไปเสียแล้ว ปัญญาของเราก็แก่กล้าขึ้น เหยียบเล็บความหลงของเราไปทุกทีๆๆ ทีนี้

นานเข้านานเข้าก็ชนะความหลงของตน ก็ข้ามทะเลหลงก็เข้าสู่พระนิพพาน..

บางส่วนจาก พระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ศาสนาของนักปราชญ์1
https://youtu.be/CCKODyX_X_w?t=28m43s (28:43 - 30:32 )

3.3.18

ตนล้าสมัยจะไปตู่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ล้าสมัย ไปตู่ศาสนาล้าสมัย ตนล้าสมัยแล้วมาตู่ ตนล้าสมัย ไม่ทวนกระแสดูตน แต่เป็นเฉพาะที่ผู้โง่ เพราะกรรมของเขาพาให้เป็นไป

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ตนล้าสมัยจะไปตู่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ล้าสมัย ไปตู่ศาสนาล้าสมัย ตนล้าสมัยแล้วมาตู่  ตนล้าสมัย ไม่ทวนกระแสดูตน แต่เป็นเฉพาะที่ผู้โง่ เพราะกรรมของเขาพาให้เป็นไป

ผู้ที่เขาไม่โง่ เขาไม่โต้ออกมาก็ตาม เขาเข้าใจดี เขาก็หัวเราะทีนี่ เมื่อประมาทพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ว่าบาปไม่มี บุญไม่มี ก็เป็นเรื่องส่อแสดง ให้เขาเห็น ภูมิจิตภูมิใจของตนอีกด้วย เท่านั้นก็พอแล้ว ทำไมเขาจะไปโต้เถียงเกี่ยงงอนผู้เขารู้แล้ว

พระพุทธศาสนาแท้ ไม่ได้หวังเอาแพ้เอาชนะกับท่านผู้ใดเลย แพ้ก็แพ้กิเลสของตัว ชนะก็ชนะกิเลสของตัว ต่อสู้ ก็ต่อสู้กับกิเลสของตัว ไม่ได้ต่อสู้กับอันอื่น..

บางส่วนจาก เทศนาธรรมหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ศาสนาแห่งเหตุผล1
https://youtu.be/ycx6OhCQPNg?t=27m31s (28:15 - 29:15)

อุบาสกในทางพุทธศาสนา ก็นับแต่พระโสดาบันขึ้นไป อุบาสิกาในพระพุทธศาสนา ก็นับแต่พระโสดาบันขึ้นไป ในฝ่ายภิกษุสามเณรก็เหมือนกัน จะเป็นภิกษุสามเณรเต็มภูมิ ก็นับแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..อุบาสกในทางพุทธศาสนา ก็นับแต่พระโสดาบันขึ้นไป อุบาสิกาในพระพุทธศาสนา ก็นับแต่พระโสดาบันขึ้นไป

ในฝ่ายภิกษุสามเณรก็เหมือนกัน จะเป็นภิกษุสามเณรเต็มภูมิ ก็นับแต่พระโสดาบันเป็นต้นไป เหลือเหล่านั้นก็เป็นสมมติ ต่ำกว่านั้นลงมา..


บางส่วนจาก เทศนาธรรมหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ศาสนาแห่งเหตุผล1
https://youtu.be/ycx6OhCQPNg?t=27m31s (27:31 - 27:55)

26.2.18

หาความสุขในไตรโลกธาตุ ท่านเหล่านั้นหาหมดแล้ว มันไม่เจอ มันไม่เจอะ มันไม่เห็น เห็นแต่ความทุกข์ ทั้งอดีต ทั้งอนาคต ทั้งปัจจุบันด้วย เหตุฉะนั้น นิพพินทัง วิรัชชะติ วิราคา วิมุจจะติ วิมุตตัสมิง วิมุตตะมีติ ญาณัง โหติ ขีณา ชาติ ท่านจึงเบื่อหน่ายแบบเย็นๆ คลายเมาแบบเย็นๆ หลุดพ้นไปจากความหลงตนเองแบบเย็นๆ ข้ามทะเลหลง ข้ามทะเลเพลิน

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ท่านจึงเบื่อหน่ายแบบเย็นๆ คลายเมาแบบเย็นๆ หลุดพ้นไปจากความหลงตนเองแบบเย็นๆ ข้ามทะเลหลง ข้ามทะเลเพลิน//

..หาความสุขในไตรโลกธาตุ ท่านเหล่านั้นหาหมดแล้ว มันไม่เจอ มันไม่เจอะ มันไม่เห็น เห็นแต่ความทุกข์ ทั้งอดีต ทั้งอนาคต ทั้งปัจจุบันด้วย เหตุฉะนั้น

นิพพินทัง วิรัชชะติ วิราคา วิมุจจะติ วิมุตตัสมิง วิมุตตะมีติ ญาณัง โหติ ขีณา ชาติ ท่านจึงเบื่อหน่ายแบบเย็นๆ คลายเมาแบบเย็นๆ หลุดพ้นไปจากความหลงตนเองแบบเย็นๆ

ข้ามทะเลหลง ข้ามทะเลเพลิน นันทิคือความเพลิน ข้ามทะเลเพลินในวัฏสงสาร ก็เลยจบเกษียณในวัฏสงสาร ไม่อยากจะมาทัศนาจรอีก ไม่มาสังสรรค์อีก ลาออกจากสังคมของไตรโลกธาตุ

ท่านทั้งหลายต้องการอยู่ ก็อยู่เถิด เราจะขอลาละ ท่านพูดอย่างนั้นในใจของท่าน เราจะมาแก้ไข วัฏสงสาร ให้อยู่ในกำมือ ย่อมเป็นไปไม่ได้ มีแต่ผินหลังใส่ มีแต่ลาเท่านั้น

ยกธงขาวไม่สู้ ยกธงแดงเดินออกหนีจากโลก ยกธงขาวยอม ไม่สู้ เพราะไม่อยากจะบวก จะคูณ จะทวีความหลงของตน อยากจะต่อสู้รบขบกัดกับความหลงของตนที่เคยหลงมา จะไม่หลงต่อไปอีก จะไม่ส่งเสริมหลงต่อไปอีก

จะทำลายหลงด้วยระเบิดปรมาณู คือการพิจารณาทุกข์เนื่องๆ คือศีล สมาธิ ปัญญา นั่นเอง คือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั่นเอง คือพระไตรปิฎกนั่นเอง คือ 84,000 พระธรรมขันธ์นั่นเอง..

บางส่วนจาก พระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ความสุขไม่มีในโลก
https://youtu.be/XZaYhXUIMfk?t=10m21s (10:21 - 12:20)

25.2.18

เฮาอยู่ฆราวาส เฮากะสามารถ ปฏิบัติได้ดีอยู่คือกัน สูท่านทั้งหลายบ่ อยากบวช ก็อย่าบวช ตถาคต ก็แม่นสิอยากให้บวช หมดโลกดอก มองเห็นคักพอแฮงแล้วล่ะ ขั้นบวชหมดโลก สิไปบิณฑบาตนำไผ เพิ่นมองเห็นพอแฮงแล้ว เหตุอย่างซั่นเพิ่นจึงแนะนำอยู่ แนะนำให้ยินดี ขั้นผู้ที่ต้องการธรรมขั้นสูงโดยเร็ว ก็ต้องละ ฆราวาส เพราะฆราวาสมันมีการงานหลาย

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..เฮาอยู่ฆราวาส เฮากะสามารถ ปฏิบัติได้ดีอยู่คือกัน สูท่านทั้งหลายบ่ อยากบวช ก็อย่าบวช ตถาคต ก็แม่นสิอยากให้บวช หมดโลกดอก มองเห็นคักพอแฮงแล้วล่ะ

ขั้นบวชหมดโลก สิไปบิณฑบาตนำไผ เพิ่นมองเห็นพอแฮงแล้ว เหตุอย่างซั่นเพิ่นจึงแนะนำอยู่ แนะนำให้ยินดี ขั้นผู้ที่ต้องการธรรมขั้นสูงโดยเร็ว ก็ต้องละ ฆราวาส เพราะฆราวาสมันมีการงานหลาย

ขั้นเฮาสิเอาเพียงพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี ก็ดี หรือสิเอาพระอรหันต์ ก็ดี เราก็มีสิทธิเหมือนกัน อยู่ทางฆราวาส มีสิทธิสิทำได้เหมือนกัน..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - นักโทษในวัฏฏะสงสาร
https://youtu.be/O0S_qjfAkh4?t=46m53s
(46:53 - 47:41)

12.2.18

แต่เจตนาเป็นอย่างนั้นหรือไม่เป็นอย่างนั้น นั้น เป็นหน้าที่ของแต่ละราย จะตรวจดูตน จะรับรองกันก็ไม่ได้ จะใส่ร้ายป้ายสีกันก็ไม่ได้ จะให้คะแนนกันทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะพระธรรมเป็นสันทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัติผู้บรรลุก็ต้องเห็นเอง เป็นเอหิปัสสิโก ย่อมเรียกตนให้มาดูได้ ไม่ต้องเรียกคนอื่น

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..แต่เจตนาเป็นอย่างนั้นหรือไม่เป็นอย่างนั้น นั้น เป็นหน้าที่ของแต่ละราย จะตรวจดูตน จะรับรองกันก็ไม่ได้ จะใส่ร้ายป้ายสีกันก็ไม่ได้ จะให้คะแนนกันทีเดียวก็ไม่ได้

เพราะพระธรรมเป็นสันทิฏฺฐิโก ผู้ปฏิบัติผู้บรรลุก็ต้องเห็นเอง เป็นเอหิปัสสิโก ย่อมเรียกตนให้มาดูได้ ไม่ต้องเรียกคนอื่น..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนาหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - แว่นส่องใจ ๑ 12-05-27
https://youtu.be/Hv1hNiqH-Hw?t=34m14s (34:14 - 34:41)

11.2.18

พยับแดด เร็ว พับๆๆๆๆ สัญญาความจำของเราก็อันเดียวกัน นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ เป็นความจำแต่ละคำละคำละคำ เป็นสัญญาความจำแต่ละคำละคำ เกิดเร็วดับเร็วเหมือนกัน

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ไฟติดๆอยู่อย่างนี้ มันเป็นแสงขึ้น มันเกิดเร็วดับเร็วจนติดกัน เป็นสันตติต่อกัน จนไม่ปรากฏว่ามันเกิดมันดับ เพราะมันเร็ว มันเร็วมากจนติดกัน

พยับแดด เร็ว พับๆๆๆๆ สัญญาความจำของเราก็อันเดียวกัน นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ เป็นความจำแต่ละคำละคำละคำ เป็นสัญญาความจำแต่ละคำละคำ เกิดเร็วดับเร็วเหมือนกัน//

..ไฉนเลยจึงเพ่งรูปเป็นอารมณ์ ไฉนเลยจึงเพ่งนามเป็นอารมณ์ เพราะเราหลงรูปหลงนาม เราจะเพ่งรูปเพ่งนามให้รู้จักตามเป็นจริง  เพราะเราติดความหมายว่ารูปก็ดี รูปเรารูปเขา รูปผู้อื่น นามเรานามเขา นามผู้อื่น

เพ่งรูปกับเพ่งรูปธาตุก็มีความหมายอันเดียวกัน เพ่งรูปธรรมก็มีความหมายอันเดียวกัน เพ่งรูปโลกก็มีความหมายอันเดียวกัน รูปธรรมก็ดี นามธรรมก็ดี รูปโลก นามโลก รูปขันธ์ นามขันธ์ ก็ดี รูปธาตุ นามธาตุก็ดี อยู่ใต้อำนาจอนิจจัง เกิดขึ้นแล้วก็แปรปรวนและแตกสลาย

ความเกิดขึ้นความแปรปรวนความแตกสลาย ติดต่อกันอยู่ถี่ยิบ ไฟติดๆอยู่อย่างนี้ มันเป็นแสงขึ้น มันเกิดเร็วดับเร็วจนติดกัน เป็นสันตติต่อกัน จนไม่ปรากฏว่ามันเกิดมันดับ เพราะมันเร็ว มันเร็วมากจนติดกัน

พยับแดด เร็ว พับๆๆๆๆ สัญญาความจำของเราก็อันเดียวกัน นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ นะโมตัสสะภะคะวะโตอะระหะโตสัมมาสัมพุทธัสสะ เป็นความจำแต่ละคำละคำละคำ เป็นสัญญาความจำแต่ละคำละคำ เกิดเร็วดับเร็วเหมือนกัน

สิ่งไหนเกิดขึ้นและดับลง สิ่งนั้นก็มีแปรปรวนในท่ามกลางมีดับในสุดท้าย คำว่าเกิดดับ หมายเอาแต่ต้นกับปลาย คำว่าแปรปรวนหมายเอาท่ามกลางด้วย มีเกิดขึ้นเป็นเบื้องต้น มีแปรปรวนเป็นท่ามกลาง มีดับเป็นสุดท้าย

ถึงจะหยาบละเอียด หยาบก็ดับตามหยาบ ละเอียดก็ดับตามละเอียด เร็วอย่างละเอียด หยาบก็ช้าตามหยาบ..


บางส่วนจากพระธรรมเทศนาหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ผู้รู้อยู่ใต้อนิจจัง 24-09-26
https://youtu.be/wKfSsKxZyoE?t=1m48s (1:48 - 3:00)

ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ผู้ใดเห็นธรรมในปัจจุบัน ผู้นั้นแหละ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน ในพระพุทธศาสนา จงตั้งหน้าปฏิบัติในปัจจุบัน ปัจจุบันธรรมไปเถิด สิ่งที่ไม่เกิดก็จะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญขึ้น เหตุนั้นควรทำให้มีในขันธสันดาน

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ผู้ใดเห็นธรรมในปัจจุบัน ผู้นั้นแหละ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน ในพระพุทธศาสนา จงตั้งหน้าปฏิบัติในปัจจุบัน ปัจจุบันธรรมไปเถิด สิ่งที่ไม่เกิดก็จะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญขึ้น เหตุนั้นควรทำให้มีในขันธสันดาน

ยก อุทาหรณ์ นักมวยก็ดี เราเดินไปก็ดี เราก็ระวังก้าวปัจจุบัน นั่นเอง ก้าวอนาคตยังไม่ได้ก้าว เราจะไประวังอะไร ก้าวอดีต ก็ล่วงไปแล้วหนิ

..ฉันใดก็ดี อดีตที่ล่วงไปแล้ว ถ้าเป็นบาปก็เป็นบาปไปแล้ว ถ้าเป็นบุญก็เป็นบุญไปแล้ว..//

..เห็นอนิจจังชัดในปัจจุบัน อนิจจังในอดีตในอนาคตก็ไม่ต้องสงสัย เห็นศีล สมาธิ ปัญญา ชัดในปัจจุบัน ที่ตั้งอยู่ในกรรมฐานใดกรรมฐานหนึ่ง ในปัจจุบัน ก็ไม่ต้องสงสัย ศีลอดีต ศีลอนาคต สมาธิอดีต สมาธิอนาคต ปัญญาอดีต ปัญญาอนาคต

ถ้าไม่เชื่อธรรมะในปัจจุบัน การปฏิบัติก็สุ่มเดา จะถึงพระโสดาบัน จะถึงพระสกิทาคามี จะถึงพระอนาคามี จะถึงพระอรหันต์ ก็จิตปัจจุบัน ธรรมปัจจุบัน ไม่ใช่จิตอดีต ไม่ใช่ธรรมอดีต ไม่ใช่จิตอนาคต ไม่ใช่ธรรมอนาคต

เพราะอนาคตยังไม่มาถึง อดีตล่วงไปแล้ว มีแต่บัญชี อนาคตก็มีแต่บัญชีมีแต่ความหวัง ปัจจุปปันนัญจะ โย ธัมมัง ผู้ใดเห็นธรรมในปัจจุบัน ผู้นั้นแหละ ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน ในพระพุทธศาสนา

จงตั้งหน้าปฏิบัติในปัจจุบัน ปัจจุบันธรรมไปเถิด สิ่งที่ไม่เกิดก็จะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญขึ้น เหตุนั้นควรทำให้มีในขันธสันดาน

ยก อุทาหรณ์ นักมวยก็ดี เราเดินไปก็ดี เราก็ระวังก้าวปัจจุบัน นั่นเอง ก้าวอนาคตยังไม่ได้ก้าว เราจะไประวังอะไร ก้าวอดีต ก็ล่วงไปแล้วหนิ

นักมวยก็เหมือนกัน เขาก็ระวังมวยเขาก็ระวังหมัด ในปัจจุบันนั่นเอง หมัดอดีต เขาก็ชกมาแล้ว หมัดอนาคตเขาก็ยังไม่ได้ทันชก เขาก็ระวังหมัดในปัจจุบันนั่นเอง

ฉันใดก็ดี อดีตที่ล่วงไปแล้ว ถ้าเป็นบาปก็เป็นบาปไปแล้ว ถ้าเป็นบุญก็เป็นบุญไปแล้ว อนาคตถ้าเป็นบาปก็ยังไม่ได้สร้าง ถ้าเป็นบุญก็ยังไม่ได้สร้าง ก็ยังไม่มาถึง

ถึงอยู่ซึ่งหน้าก็คือปัจจุบัน ปัจจุบันก็เป็นปัจจุบันเรื่อยไป ไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นอดีต อนาคต..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนาหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - แว่นส่องใจ ๑ 12-05-27
https://youtu.be/Hv1hNiqH-Hw?t=46m50s (46:50 - 49:15)

เห็นอันใดชัดแล้ว สิ่งนั้นไม่ขบถคืน เรียกว่าเห็นด้วยปัญญาอันชัด ถ้าสิ่งนั้นขบถคืนเรียกว่าเห็นด้วยสัญญา ที่เคยจำมา

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..เมื่อมีอยู่ทุกกาล ก็ต้องพิจารณาอยู่ทุกกาล เพราะมันหลงสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกกาล จะต้องพิจารณาอยู่ทุกกาล สิ่งอื่นก็เหมือนกัน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ก็เหมือนกัน ก็มีอยู่ทุกกาล ก็ต้องพิจารณาอยู่ทุกกาล

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ทันกับกิเลส ไม่ทันกับความหลงของตน เห็นอันใดชัดแล้ว สิ่งนั้นไม่ขบถคืน เรียกว่าเห็นด้วยปัญญาอันชัด ถ้าสิ่งนั้นขบถคืนเรียกว่าเห็นด้วยสัญญา ที่เคยจำมา..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนาหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - แว่นส่องใจ ๑ 12-05-27
https://youtu.be/Hv1hNiqH-Hw?t=28m15s (28:15 - 28:46)

10.2.18

ถามว่า ท่านผู้ไม่หลงหนังมีไหมเล่า ตอบว่า ข้อนี้เป็นของตอบยาก เพราะผู้ไม่หลงหนังไม่ได้เขียนใส่หน้าผากไว้ แม้เขียนไว้ก็เชื่อไม่ได้เพราะเขียนลวงก็มี เพราะการหลงหนังไม่ขึ้นอยู่กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และท่านผู้ไม่หลงก็ไม่ขึ้นอยู่กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ขึ้นอยู่กับใจ

BY Somchatchai IN No comments

จากหนังสือ หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต..

ถามว่า ท่านผู้ไม่หลงหนังมีไหมเล่า

ตอบว่า ข้อนี้เป็นของตอบยาก เพราะผู้ไม่หลงหนังไม่ได้เขียนใส่หน้าผากไว้ แม้เขียนไว้ก็เชื่อไม่ได้เพราะเขียนลวงก็มี เพราะการหลงหนังไม่ขึ้นอยู่กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และท่านผู้ไม่หลงก็ไม่ขึ้นอยู่กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ขึ้นอยู่กับใจ

ถามว่า ใจมันเป็นตัวยังไง ผมทำไมถึงไม่เห็นมันสักที ชาวโลกชาวธรรมก็มักพูดว่าใจๆ

ตอบว่า ผู้ถามหาใจก็เอาใจถาม ผู้ตอบก็เอาใจตอบ คนตายแล้วถามไม่เป็นตอบไม่เป็นเพราะไม่มีใจอยู่นั้น

ถาม ใจมันเป็นคุณหรือเป็นโทษ

ตอบ เมื่อมันทำโทษมันก็เป็นโทษ เมื่อมันทำคุณมันก็เป็นคุณ คุณและโทษของมันไม่มีใครไปปล้นไปจี้เอาได้

ถาม ใครใส่ชื่อให้มัน

ตอบ มันใส่ชื่อเอง

ถาม ใครเป็นเจ้าของมัน

ตอบ มันเป็นเจ้าของเอง

ถาม มันเกิดมาจากไหน

ตอบ มันเกิดมาจากมันเอง

ถาม อะไรพาให้มันเกิด

ตอบ ความหลงของมันพาให้เกิด

ถาม มันหลงอะไร

ตอบ มันหลงว่ามันเป็นมันเอาจริงๆจังๆ


7.2.18

..อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์ ..ถ้าขันธ์ 5 มีเจ้าของมีเราอยู่ เราก็ไปรับผลของกรรมต่อไปอีก ขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของ พระอรหันต์

BY Somchatchai IN , No comments

หลวงตาศิริ อินฺทสิริ ..อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์ ..ถ้าขันธ์ 5 มีเจ้าของมีเราอยู่ เราก็ไปรับผลของกรรมต่อไปอีก ขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของ พระอรหันต์//

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..แต่ท่องเที่ยวมาในวัฏสงสารนี่ แต่สิให้ผลหมดแล้ว หรือบ่หมดก็ตาม ขั่นในทางดี มันก็นำต่อไปจนถึงชาติพระนิพพาน ขั่นในทางชั่ว มันก็นำต่อไปถึงชาติเข้าสู่พระนิพพานเหมือนกัน

อุปมาคือพระองค์เจ้า ไปวางยาเขาผิด บ่ได้เจตนา ผลของกรรมอันนั่น นำขันธวิบากของพระองค์เจ้า ไปยังชาติเข้าสู่พระนิพพาน ในทางที่มันพลาด

แต่ว่าอาศัยกิเลสขององค์ท่านบ่มี มันก็เลยกินแมงวันบ่เบื่อ เป็นอโหสิกรรมไป..

บางส่วนจาก พระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ใจไม่ถึงโลกุตรธรรมก็ขาดที่พึ่ง 13 เม.ย. 2525
https://youtu.be/hHezihYseeU?t=9m2s (9:02 - 9:50)

หลวงตาศิริ อินฺทสิริ ..มีกรรมอันนึง กตัตตากรรม กรรมสักแต่ว่าซื้อๆ บ่คึดว่าสิทำเป็นบุญเป็นบาป ทำไปซื่อๆเฮ็ดไปซื้อๆ  ฉะนั้นมันมีกรรมที่ว่ามานี้ กรรมจะติดตามเราไปจำแนกแจกสัตว์ ให้ไปอยู่ในภพในภูมิต่างๆกัน นอกจากพระอรหันต์

พระอรหันต์หนิ อโหสิกรรมเด้ ฮู้จักบ่ อโหสิกรรม กรรมก็สักแต่ว่า พระอรหันต์ จิตของท่านอยู่นอกธาตุเหนือขันธ์ การไปทำกรรมพวกนี้ ก็เป็นเพียงกิริยาอาการของธาตุของขันธ์ ท่านไม่มายึดเอาขันธ์ 5 เป็นเราอีกแล้ว

พระอรหันต์ ขันธ์ 5 มันทำงาน แล้วแต่มันจะทำงานไป เป็นกิริยาอาการของธาตุของขันธ์ ท่านไม่ได้มายึดติด พระอรหันต์ก็กินข้าวคือเก่า คึดคือเก่า อันนั่นคือเก่า ทำบุญทำบาปอยู่อย่างซี่ล่ะ แต่กรรมพวกนี้ เป็นอโหสิกรรม

อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์เท่านั้นเด้ จิตท่านอยู่นอกธาตุเหนือขันธ์ เอาขันธ์ 5 ไปทำอะไร ก็ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาปเพราะขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของแล้ว

ถ้าขันธ์ 5 มีเจ้าของมีเราอยู่ เราก็ไปรับผลของกรรมต่อไปอีก ขันธ์ 5 ไม่มีเจ้าของ พระอรหันต์ ตาเห็นรูปก็บ่แม่นเราเห็น หูได้ยินเสียงบ่แม่นเรา ขันธ์ 5 เกิดดับ บ่แม่นเราเกิดเราดับ บ่มีเรา มีสัตว์บุคคลตัวตนอยู่ในหนี่

พระอรหันต์จึงเป็นอโหสิกรรม บ่แม่นขออโหสิกรรมเด้อ ขออโหสิกรรมเด้อ อโหสิกรรม เป็นได้เฉพาะพระอรหันต์..

 บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงตาศิริ อินฺทสิริ - ๖.สุญญตามหาปุริสา (31:22 - 33:26)
https://drive.google.com/drive/u/0/folders/0B6OG_Su4MwGZZzJQZkFDckxyTG8

31.1.18

พระบรมศาสดา ยืนยันว่าศีลมีตัวเดียว สมาธิมีตัวเดียว ปัญญามีตัวเดียว รวมลงถึงเอกะศีลในปัจจุบัน รวมลงเอกะสมาธิในปัจจุบัน รวมลงเอกะปัญญาในปัจจุบัน ส่วนจะไปทางโลกีย์หรือโลกุตระ ก็แล้วแต่ปัญญาสัมปยุต ของแต่ละท่าน

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..พระบรมศาสดา ยืนยันว่าศีลมีตัวเดียว สมาธิมีตัวเดียว ปัญญามีตัวเดียว รวมลงถึงเอกะศีลในปัจจุบัน รวมลงเอกะสมาธิในปัจจุบัน รวมลงเอกะปัญญาในปัจจุบัน

ส่วนจะไปทางโลกีย์หรือโลกุตระ ก็แล้วแต่ปัญญาสัมปยุต ของแต่ละท่าน..

บางส่วนจาก พระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - เจตนาที่หวังพ้นทุกข์
https://youtu.be/Mk38kPnnF8A?t=13m20s (13:20 - 13:53)

ก็ฮู้จักว่ามันบ่มั่นบ่เที่ยง ก็เบื่อก็หน่ายซะตี้ ขั้นว่าพญาจิตราช เป็นผู้ฉลาด

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..สิ่งทั้งหลายก็บ่มีแนวมั่นแนวเที่ยงจั๊กแนว ตาหูจมูกลิ้นกายก็ดี มีแต่สิแตกสิสลายหนีจากพญาจิตราช ขั้นมันแตกสลายหนีจากพญาจิตราช พญาจิตราชก็โศกเศร้า

ก็ฮู้จักว่ามันบ่มั่นบ่เที่ยง ก็เบื่อก็หน่ายซะตี้ ขั้นว่าพญาจิตราช เป็นผู้ฉลาด..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - พญาจิตราช (๐๕ ๐๘ ๒๘)
https://youtu.be/sJfz1Zy1uKA?t=26m41s (26:41 - 27:08)

ความนึกความคิดของพระอรหันต์ เป็นขันธวิบากล้วนๆ บ่มีกิเลสเข้าไปสัมปยุต ความนึกความคิดชนิดนั้น จัดเป็นตัวเหตุก็บ่ได้ จัดเป็นตัวผลก็บ่ได้ เพราะบ่มีผู้เข้าไปยึดถือเอาเป็นเจ้าของ

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ความนึกความคิดของพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี ยกเว้นพระอรหันต์เสีย เป็นความนึกความคิดที่สัญจรของโลก ฝ่ายกุศลขึ้นหน้า ส่วนพระอรหันต์ เป็นความนึกความคิด จัดเป็นเครื่องสัญจรของโลกบ่ได้

ความนึกความคิดของพระอรหันต์ เป็นขันธวิบากล้วนๆ บ่มีกิเลสเข้าไปสัมปยุต ความนึกความคิดชนิดนั้น จัดเป็นตัวเหตุก็บ่ได้ จัดเป็นตัวผลก็บ่ได้ เพราะบ่มีผู้เข้าไปยึดถือเอาเป็นเจ้าของ

ความนึกความคิดของพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี เป็นความนึกความคิดที่มีผู้ เข้าไปยึดถือเอาเป็นเจ้าของอยู่ แต่หากหนักเบากว่ากัน..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ใจไม่ถึงโลกุตรธรรมก็ขาดที่พึ่ง 13 เม.ย. 2525
https://youtu.be/hHezihYseeU?t=16m2s (16:02 - 17:10)

30.1.18

ไฉนจึงว่าสติๆอยู่เสมอๆ เพราะให้มีสติอยู่ในกรรมฐาน ทุกกรรมฐานที่เราตั้งไว้ ถ้าสติตั้งมั่น ปัญญาก็เกิดในที่สติด้วย สติไม่ตั้งมั่นปัญญาก็ไม่เกิด สติกับปัญญาใครเกิดก่อน ก็เกิดพร้อมกัน

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ไฉนจึงว่าสติๆอยู่เสมอๆ เพราะให้มีสติอยู่ในกรรมฐาน ทุกกรรมฐานที่เราตั้งไว้ ถ้าสติตั้งมั่น ปัญญาก็เกิดในที่สติด้วย สติไม่ตั้งมั่นปัญญาก็ไม่เกิด สติกับปัญญาใครเกิดก่อน ก็เกิดพร้อมกัน//

..เราพิจารณาอันใด อย่าเข้าใจว่าสิ่งนั้นอยู่ในอดีตอนาคต ถ้าจิตใจของเรามีอยู่ในปัจจุบัน  เราก็เอาปัจจุบันเป็นผู้พิจารณา สิ่งทั้งปวงก็มีอยู่ในปัจจุบันทั้งนั้น ไม่ใช่เราเอาจิตอดีตอนาคต มาเป็นเครื่องพิจารณา

เราก็เอาจิตเอาธรรมในปัจจุบันเท่านั้นเป็นเครื่องภาวนา จะตั้งเอาไว้ในกรรมฐานอันไหนก็แล้วแต่สะดวก เดี๋ยวก็พุทโธบ้าง เดี๋ยวก็อันนั้นบ้าง เดี๋ยวก็อันนี่บ้าง ทำงานจดจับจดๆ

พุทธานุสสติก็ดี ธัมมานุสสติก็ดี สังฆานุสสติก็ดี สีลานุสสติก็ดี จาคานุสสติก็ดี เทวตานุสสติก็ดี อุปสมานุสติก็ดี กายคตาสติก็ดี อานาปานสติก็ดี มรณสติก็ดี อนุสสติ 10  นั่น ส่งต่อถึงพระนิพพานได้ทั้งนั้น

ไฉนจึงว่าสติๆอยู่เสมอๆ เพราะให้มีสติอยู่ในกรรมฐาน ทุกกรรมฐานที่เราตั้งไว้ ถ้าสติตั้งมั่น ปัญญาก็เกิดในที่สติด้วย สติไม่ตั้งมั่นปัญญาก็ไม่เกิด สติกับปัญญาใครเกิดก่อน ก็เกิดพร้อมกัน เช่นเราหลับตากับมืด อันไหนเกิดก่อน ก็เกิดพร้อมกัน

ที่นี้ เมื่อเกิดพร้อมกัน กรรมและผลของกรรม ก็เกิดพร้อมกัน กิริยาที่นั่ง ก็เรียกว่ากรรม กายกรรมที่นั่ง ผลของนั่ง อันเดียวกัน กรรมและผลของกรรม กับเหตุกับผลอันเดียวกัน กรรมที่สงสัย ผลของกรรมก็สงสัย

กรรมที่รู้แจ้ง ผลของกรรมก็รู้แจ้ง กรรมที่ไม่เข้าใจ ผลของกรรมก็ไม่เข้าใจ กรรมที่เข้าใจ ผลของกรรมก็เข้าใจ มันสงเคราะห์กันเข้ากับเหตุผล เหตุผลในโลก มันเป็นเหตุผลในทางอนิจจัง

เว้น เว้นเหตุผลของพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี เสีย ถึงแม้ว่าเหตุผล ของพระโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี เป็นเหตุผลอยู่ในอำนาจอนิจจังก็ตาม แต่ทว่าเป็นอนิจจังที่จะก้าวหน้า ไปสู่นิจจัง คือพระนิพพาน..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - หนทางหลุดพ้น
https://youtu.be/hd0WmPdgiLo?t=19m42s (19:42 - 22:58)

ผู้ใดพิจารณาอนิจจังบ่อยๆ ทุกขังบ่อยๆ อนัตตาบ่อยๆ ก็คือผู้นั้น ต่อสู้กับอวิชชาบ่อยๆ นั่นเอง อวิชชาความโง่ ความเขลา ความหลง จะพาให้ก่อชาติก่อภพ

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..ผู้ใดพิจารณาอนิจจังบ่อยๆ ทุกขังบ่อยๆ อนัตตาบ่อยๆ ก็คือผู้นั้น ต่อสู้กับอวิชชาบ่อยๆ นั่นเอง อวิชชาความโง่ ความเขลา ความหลง จะพาให้ก่อชาติก่อภพ//

..นิมิตอื่นๆมีดาษดื่นถมเถที่ภาวนา เราต้องสันโดษในนิมิต นิมิตเดิมที่เราตั้งไว้ คือภาวนา หลักภาวนา นิมิตแปลว่าเครื่องหมาย

เมื่อเห็นเทวดามาก็ไปหมายเทวดา เมื่อเห็นเทวบุตรมาก็ไปหมายเทวบุตร เมื่อเห็นแสงสว่างมาก็ไปหมายแสงสว่าง ทีนี้ มันเป็นหมาตาเหลือง เห็นไฟที่ไหนก็วิ่งใส่  นิมิตแสงสว่าง เราก็ไปเหนี่ยวรั้งมาให้เสียเวลา

นิสัยของผมไม่ได้เป็น พอเห็นนิมิตอันไหนมาก็ตาม นิมิตไกล นิมิตใกล้มาก็ตาม ไม่ลืมอนิจจังเลย มันเป็นเอง มันเกิดขึ้นเอง มันแปรปรวนเอง มันดับเอง เราไม่ได้สมมติให้มันเกิดขึ้น เราไม่ได้สมมติให้มันแปรปรวน

เราไม่ได้สมมติให้มันดับไป มันเป็นเอง มันมีลินมีลาย(ฟังไม่ชัด)เท่านั้น มันก็มา เราก็เห็นเท่านั้น จะไปเห็นอื่นอีกก็ไม่ได้ แต่เราจะไปยึดถือว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคลเป็นเราเป็นเขาหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องเราจะทวนกระแสเราต่างหากอันนี้

ตาก็มีเป็นจริงตามตา หูก็มีเป็นจริงตามหู จมูกลิ้นก็เหมือนกัน กายก็เหมือนกัน ใจก็เหมือนกัน ยืนเดินนั่งนอน นึกคิดก็เหมือนกัน ก็เป็นจริงตามยืนเดินนั่งนอนนึกคิด สิ่งเหล่านี้อยู่ใต้อำนาจอนิจจังทั้งนั้น

ผู้ใดพิจารณาอนิจจังบ่อยๆ ทุกขังบ่อยๆ อนัตตาบ่อยๆ ก็คือผู้นั้น ต่อสู้กับอวิชชาบ่อยๆ นั่นเอง อวิชชาความโง่ ความเขลา ความหลง จะพาให้ก่อชาติก่อภพ

ผู้นั้นจะเปิดประตูหนทางเบื่อหน่ายคลายเมาในวัฏสงสาร..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - หนทางหลุดพ้น
https://youtu.be/hd0WmPdgiLo?t=23m1s (23:01 - 25:40)

โตไปฟ้องเขา โตเข้าตาราง โตสมมติว่าอดีต โตสมมติว่าอนาคต โตสมมติว่าปัจจุบัน พญาจิตราช โตสมมติว่าผู้รู้ โตสมมติว่าบ่รู้ โตสมมติว่าดี โตสมมติว่าชั่ว ไปติดอยู่เหมิด ทั้ง 2 เงื่อน 3 เงื่อน 4 เงื่อน ไปบ่อนได๋ ก็มีแต่บ่อนติด เอาโลด เพราะบ่รู้อุบายของโต ผู้บัญญัติก็แม้นโต ผู้ลบก็แม้นโต ผู้เขียนก็แม้นโต ผู้คูณผู้หารก็แม้นโตเหมิด

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..โตไปฟ้องเขา โตเข้าตาราง โตสมมติว่าอดีต โตสมมติว่าอนาคต โตสมมติว่าปัจจุบัน พญาจิตราช โตสมมติว่าผู้รู้ โตสมมติว่าบ่รู้ โตสมมติว่าดี โตสมมติว่าชั่ว ไปติดอยู่เหมิด

ทั้ง 2 เงื่อน 3 เงื่อน 4 เงื่อน ไปบ่อนได๋ ก็มีแต่บ่อนติด เอาโลด เพราะบ่รู้อุบายของโต ผู้บัญญัติก็แม้นโต ผู้ลบก็แม้นโต ผู้เขียนก็แม้นโต ผู้คูณผู้หารก็แม้นโตเหมิด//

..ข้าพเจ้าเป็นธาตุลม ข้าพเจ้าเป็นธาตุดิน ข้าพเจ้าเป็นธาตุน้ำ ข้าพเจ้าเป็นธาตุไฟ ข้าพเจ้าเป็นธาตุลม ข้าพเจ้าสิยอมตัวเป็นสมบัติของพญาจิตราช เขาก็บ่ว่า เขาก็บ่ปัด ปัดก็บ่ปัด รับก็บ่รับ ว่าก็บ่ว่า ปฏิเสธเขาก็บ่ปฏิเสธ

สุขเขาก็บ่ว่า ทุกข์เขาก็บ่ว่า อุเบกขาเขาก็บ่ว่า ก็มีแต่โต ขันก๊อกๆก๊อกๆอยู่ผู่เดียว กู้ฮูกกูๆ อยู่ จั๊กสิว่าจั๋งได๋ล่ะแนวหมู่นี่ ..(ช่วงนี้ฟังไม่ออก)..โก้หกโก วะซั่น ก็แม้น โกหกเจ้าของเด้

โก้หกโกต้นโต โก้หกโก ว่า นกพุทโธ ว่า ขั้นนกพุทโธแท้ๆไคเด้ขั้นภาวนาพุทโธ บัดมันโทรไปข้างนอกพู้น บ่เบิ่งเจ้าของ ฮะหนิ ไปเที่ยวเพ่งโทษ โทรอันอื่น พู้น ไปเที่ยวให้คะแนนอันอื่น พู้น

โตไปฟ้องเขา โตเข้าตาราง โตสมมติว่าอดีต โตสมมติว่าอนาคต โตสมมติว่าปัจจุบัน พญาจิตราช โตสมมติว่าผู้รู้ โตสมมติว่าบ่รู้ โตสมมติว่าดี โตสมมติว่าชั่ว ไปติดอยู่เหมิด ทั้ง 2 เงื่อน 3 เงื่อน 4 เงื่อน

ไปบ่อนได๋ ก็มีแต่บ่อนติด เอาโลด เพราะบ่รู้อุบายของโต ผู้บัญญัติก็แม้นโต ผู้ลบก็แม้นโต ผู้เขียนก็แม้นโต ผู้คูณผู้หารก็แม้นโตเหมิด ผู้อื่นบ่มายาด(แย่ง)คูณ ยาดหาร ยาดเขียน ยาดลบนำ ยาดได้ยาดเสียนำ

จั๊กสิเพิ่งผู่ได๋พญาจิตราช ฮะหนิ ตกลงเพิ่งเจ้าของ อัตตาหิอัตโนนาโถ ตนเป็นที่พึ่งของตนเท่านั่นแหล่ว

เพิ่งตา ตาก็นับมื้อสิเฒ่าสิแก่ สิบ่เห็นหุ่ง เพิ่งหู หูก็นับมื้อหนวก แก้มตอบฟันหัก น่านบ่มีผู้พึ่งแล้วบาดหนิ ก็ต้องพึ่งเจ้าของติ๊ฮะหนิ..

บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่หล้า เขมปัตโต - พญาจิตราช (๐๕ ๐๘ ๒๘)
https://youtu.be/sJfz1Zy1uKA?t=21m48s (21:48 - 24:12)

29.1.18

..เค้ามาถามเหมือนกัน หลวงปู่ๆ ใครเป็นผู้หลุดพ้น ใครเป็นพระโสดาบัน ใครเป็นพระสกทาคามี ใครเป็นพระอนาคามี ..ใครคิดเกลือ(ชิมเกลือ) คนนั้นก็จะรู้จักรสเกลือ เอ๊หลวงปู่ น็อคเราเลย เพิ่นว่า ไปบ่ได้

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่หล้า เขมปัตโต ..เค้ามาถามเหมือนกัน หลวงปู่ๆ ใครเป็นผู้หลุดพ้น ใครเป็นพระโสดาบัน ใครเป็นพระสกทาคามี ใครเป็นพระอนาคามี

..ใครคิดเกลือ(ชิมเกลือ) คนนั้นก็จะรู้จักรสเกลือ เอ๊หลวงปู่ น็อคเราเลย เพิ่นว่า ไปบ่ได้//

..เฮาอยากเห็นพระโสดาบัน เฮาก็ต้องเป็นพระโสดาบันซะก่อน เฮาอยากเห็นพระสกทาคามี เฮาก็ต้องเป็นพระสกทาคามี ซะก่อน เฮาอยากเห็นพระอนาคามี เฮาก็ต้องเป็นพระอนาคามี ซะก่อน

เฮาอยากเห็นพระอรหันต์ เฮาก็ต้องเป็นพระอรหันต์ ซะก่อน เราจะไปพยานผู้อื่น คาดคะเน ก็มีแต่สุ่มเดา เท่านั่นล่ะ คาดคะเนเดาด้น มีแต่อรหันต์ตวงทั้งนั่น บ่แม่นอรหันต์ตา

เค้ามาถามเหมือนกัน หลวงปู่ๆ ใครเป็นผู้หลุดพ้น ใครเป็นพระโสดาบัน ใครเป็นพระสกทาคามี ใครเป็นพระอนาคามี นาคไพจิตรมาถาม

ใครคิด(ชิม)เกลือ คนนั้นก็จะรู้จักรสเกลือ เอ๊หลวงปู่ น็อคเราเลย เพิ่นว่า ไปบ่ได้ ใครคิด(ชิม)เกลือก็คนนั้นจะรู้รสเค็มของเกลือ ช้อนตักอยู่วันยังค่ำมันก็ไม่รู้ เราว่าจั่งซี่แหละ..

บางส่วนจาก พระธรรมเทศนาหลวงปู่หล้า เขมปัตโต - ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ (๒๓-๐๔-๒๘)
https://youtu.be/b0DsOHzAWwQ?t=35m1s (35:01 - 35:54)