Showing posts with label วิกิพีเดีย. Show all posts
Showing posts with label วิกิพีเดีย. Show all posts

13.8.18

เปรต ไม่ได้มีแค่ ปากเท่ารูเข็ม ประเภทของเปรต เปรตมีหลายประเภท เช่น แบ่งตาม เปตวัตถุอรรถกถา แบ่งได้ 4 ประเภท

BY Somchatchai IN No comments

เปรต ไม่ได้มีแค่ ปากเท่ารูเข็ม ประเภทของเปรต เปรตมีหลายประเภท เช่น แบ่งตาม เปตวัตถุอรรถกถา แบ่งได้ 4 ประเภท

1. ปรทัตตุปชีวิกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ จากอาหารที่มีมนุษย์ให้ เช่น การเซ่นไหว้ เป็นต้น

2. ขุปปีปาสิกเปรต คือ เปรตที่อดอยาก ทุกข์จากความหิวโหยอยู่เป็นนิจ

3. นิชฌามตัณหิกเปรต คือ เปรตที่ถูกไฟเผาให้เร่าร้อนอยู่เสมอ

4. กาลกัญจิกเปรต คือ เปรตในจำพวกอสุรกาย

แบ่งตาม คัมภีร์โลกบัญญัตติปกรณ์ และ ฉคติทีปนีปกรณ์ แบ่งได้ 12 ประเภท

1. วันตาสเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินน้ำลาย เสมหะ อาเจียน เป็นอาหาร

2. กุณปาสเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินซากศพคนหรือสัตว์ เป็นอาหาร

3. คูถขาทกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินอุจจาระต่าง ๆ เป็นอาหาร

4. อัคคิชาลมุขเปรต คือ เปรตที่มีเปลวไฟลุกทั่วในปากตลอดเวลา

5. สุจิมุขเปรต คือ เปรตที่มีปากเล็กเท่าขนาดรูเข็ม

6. ตัณหัฏฏิตเปรต คือ เปรตที่ถูกตัณหาเบียดเบียนจนเกิดทุกข์จากความหิวข้าวหิวน้ำอยู่เสมอ

7. สุนิชฌามกเปรต คือ เปรตที่มีตัวดำเหมือนตอไม้ที่ถูกเผา

8. สุตตังคเปรต คือ เปรตที่มีเล็บมือเล็บเท้ายาวและคมราวกับมีด

9. ปัพพตังคเปรต คือ เปรตที่มีร่างกายสูงใหญ่เท่าขนาดของภูเขา

10. อชครังคเปรต คือ เปรตที่มีร่างกายราวกับงูเหลือม

11. เวมานิกเปรต คือ เปรตที่ต้องเสวยสุขเป็นเทวดาเฉพาะในเวลากลางวัน แต่ในเวลากลางคืนได้ไปเสวยทุกข์เป็นเปรตกินเนื้อตัวเอง

12. มหิทธิกเปรต คือ เปรตที่ถวายสิ่งของให้แก่พระสงฆ์ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ม้า หรือเกวียน ซึ่งเป็นการถวายเพื่อเอาหน้าแต่ลับหลังขอคืน เมื่อตายไปเป็นเปตรที่ขี่ช้าง ม้า ไม่ก็นั่งเกวียน

แบ่งตามวินัยและลักขณสังยุตตพระบาลี แบ่งได้ 21 ประเภท

1. อัฏฐีสังขสิกเปรต คือ เปรตที่มีแต่กระดูกติดกันเป็นท่อน ๆ
2. มังสเปสิกเปรต คือ เปรตที่มีแต่เนื้อเป็นชิ้นๆ
3. มังสปิณฑเปรต คือ เปรตที่มีเนื้อเป็นก้อน
4. นิจฉวิปริสเปรต คือ เปรตที่ไม่มีหนังห่อหุ้ม
5. อสิโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นพระขรรค์
6. สัตติโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นหอก
7. อุสุโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นลูกธนู
8. สูจิโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นเข็ม
9. ทุติยสูจิโลมเปรต คือ เปรตที่มีขนเป็นเข็มชนิดที่ ๒
10. กุมภัณฑเปรต คือ เปรตที่มีอัณฑะใหญ่โตมาก
11. คูถกูปนิมุคคเปรต คือ เปรตที่จมอยู่ในอุจจาระ
12. คูถขาทกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินอุจจาระ
13. นิจฉวิตกิเปรต คือ เปรตหญิงที่ไม่มีหนังห่อหุ้ม
14. ทุคคันธเปรต คือ เปรตที่มีกลิ่นเหม็นเน่า
15. โอคิลินีเปรต คือ เปรตที่มีร่างกายเป็นถ่านไฟ
16. อลิสเปรต คือ เปรตที่ไม่มีศีรษะ
17. ภิกขุเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับพระ
18. ภิกขุณีเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับภิกษุณี
19. สิกขมานเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับสิกขมานา
20. สามเณรเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับสามเณร
21. สามเณรีเปรต คือ เปรตที่มีรูปร่างเช่นเดียวกับสามเณรี

https://th.wikipedia.org/wiki/เปรต

25.1.18

คุณสมบัติ อุบาสก อุบาสิกา ผู้บวชขั้นต่ำ ต้องเป็นพระโสดาบัน คือมีศรัทธา มีศีล

BY Somchatchai IN , No comments

หลวงตาศิริ อินฺทสิริ ..คุณสมบัติ อุบาสก อุบาสิกา ผู้บวชขั้นต่ำ ต้องเป็นพระโสดาบัน คือมีศรัทธา มีศีล//

..นี่อุบาสก อุบาสิกา นั่งอยู่นี่ล่ะหนิ ต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้ เข้าใจมั้ยล่ะ หือ เดี๋ยวนี้ คุณสมบัติถึงไหนแล้ว หือ ศรัทธา ศีล ได้หรือยัง พระโสดาบันน่ะ นี่ คุณสมบัติ อุบาสก อุบาสิกา ผู้บวชขั้นต่ำ ต้องเป็นพระโสดาบัน คือมีศรัทธา มีศีล

นึกออก เข้าใจนะทีนี้นะ มาพูดให้ฟัง ถ้าไม่มี ก็ฝึก ทำให้มันเกิดมันมีขึ้น ตัวศรัทธา ตัวศีลนี่ มันจะไปฆ่า สีลัพพตปรามาส ศรัทธาก็จะฆ่าความ วิจิกิจฉา ความโลเลสงสัย

ว่าพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไม่มี แต่ก่อน จะมีจริงไหมล่ะ ใช่ไหมล่ะ พอเรามาอันนี้ก็มีจริง ผู้ใดปฏิบัติตาม ได้เป็นพระสงฆ์ ง่ายไหมล่ะทีนี้หือ ปฏิบัติตาม รึยัง

ย่อลงมาปฏิบัติเท่าหนิ กายดี วาจาดี ใจดี ก็ได้เป็นพระสุปฏิปันโน สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ เราก็ได้เป็นพระโสดาบันขึ้นมา..

บางส่วนจาก วิถีแห่งภาวนา ครั้งที่ 22 หลวงตาศิริ อินฺทสิริ 22 ธันวาคม 2559
https://youtu.be/GO09DNKV4es?t=48m56s (48:56 - 50:27)

สงฆ์ หรือ สงฺฆ ในภาษาบาลีแปลว่า หมู่

พระสงฆ์ จัดเป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย ซึ่งได้แก่ พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ โดยพระสงฆ์ในพระรัตนตรัยหมายถึงเฉพาะพระอริยสงฆ์ คือบุคคลไม่ว่าคฤหัสถ์หรือนักบวช และไม่ว่ามนุษย์หรือเทวดา ที่ปฏิบัติธรรมจนได้บรรลุมรรคผล

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B9%8C

10.6.17

ในทางพุทธศาสนา อารมณ์หมายถึงสิ่งที่จิตไปเกาะเกี่ยวอยู่แล้วยึดจิตไว้ มี 6 อย่าง คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรม มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธรรมารมณ์ ตามลำดับ

BY Somchatchai IN No comments

อารมณ์ (ศาสนาพุทธ) จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

อารมณ์ แปลว่า สิ่งหน่วงเหนี่ยวจิต, สิ่งที่ยึดดึงจิตไว้

ในทางพุทธศาสนา อารมณ์หมายถึงสิ่งที่จิตไปเกาะเกี่ยวอยู่แล้วยึดจิตไว้ มี 6 อย่าง คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรม มีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธรรมารมณ์ ตามลำดับ

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8C_(%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98)