Showing posts with label หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต. Show all posts
Showing posts with label หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต. Show all posts

10.7.18

จะบอกการดำเนินวิปัสสนา และสมถะ โดยเฉพาะนั้นมิได้ เพราะมันไปหน้าเดียว จริตของคนต่างๆกัน แล้วแต่ความฉลาดไหวพริบของใคร เพราะดำเนินจิตหลายแง่ แล้วแต่ความสะดวก

BY Somchatchai IN , No comments

ข้อธรรมหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต บันทึกโดยหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร

- ปัญญามีสัมปยุตทุกๆ ภูมิ กามาวจร รูปาวจร อรูปาวจร โลกุตร เหล่านี้ ล้วนแต่มีปัญญาประกอบ ควรที่เป็นเสียมก็เป็น ควรที่เป็นขวานก็เป็น

ส่วนที่เฉยๆ เรื่อยๆ นั้น เช่นเหล็กเป็นแท่งกลม จะเอามาใช้อะไรก็มิได้ นี้ฉันใด

- จะบอกการดำเนินวิปัสสนา และสมถะ โดยเฉพาะนั้นมิได้ เพราะมันไปหน้าเดียว จริตของคนต่างๆกัน แล้วแต่ความฉลาดไหวพริบของใคร เพราะดำเนินจิตหลายแง่ แล้วแต่ความสะดวก

จากหนังสือ หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม ๘ หน้า ๒๗๕
http://www.ebooks.in.th/9111/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2_%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%BA%E0%B8%97%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3/

30.1.18

ทำจิตให้เสมอ อย่าขึ้นอย่าลง อย่าไปอย่ามา ให้รู้เฉพาะปรกติของจิต

BY Somchatchai IN No comments

คำสอนหลวงปู่มั่น

-  ทำจิตให้เสมอ อย่าขึ้นอย่าลง อย่าไปอย่ามา ให้รู้เฉพาะปรกติของจิต

คำสอนหลวงปู่มั่น บันทึกโดยหลวงปู่หลุย จันทสาโร จากหนังสือ จันทสาโรบูชา
http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-louis/lp-louis-hist-04-06.htm

4.1.18

ถ้าเราโกรธเขา บาปกรรมก่อเกิดแก่เราเอง ถ้าเขาโกรธเรา บาปกรรมก็เกิดแก่เขาเอง ด้วยอำนาจของใครของมัน โดยมากคนที่ไม่ได้ฝึกหัดจิต มักจะโทษผู้อื่น เข้าใจว่าผู้อื่นทำให้ตนเดือดร้อน การโทษผู้อื่นเป็นสิ่งผิด เราต้องพิจารณาตัวเอง อย่าเอากิเลสมาเป็นเชื้อไฟเผาเราเอง

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต....

เหตุที่ควรฝึกฝน เรียนรู้จิตใจตนเอง...

ถ้าเราโกรธเขา บาปกรรมก่อเกิดแก่เราเอง ถ้าเขาโกรธเรา บาปกรรมก็เกิดแก่เขาเอง ด้วยอำนาจของใครของมัน โดยมากคนที่ไม่ได้ฝึกหัดจิต

มักจะโทษผู้อื่น เข้าใจว่าผู้อื่นทำให้ตนเดือดร้อน การโทษผู้อื่นเป็นสิ่งผิด เราต้องพิจารณาตัวเอง อย่าเอากิเลสมาเป็นเชื้อไฟเผาเราเอง

http://www.trisikkhameditationcenter.org/-1

6.4.17

ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ ได้สมบัติทั้งปวงไม่ประเสริฐเท่าได้ตน เพราะตนเป็นบ่อเกิดแห่งสมบัติทั้งปวง

BY Somchatchai IN No comments

คติธรรมคำสอน พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถระ

ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ
ได้สมบัติทั้งปวงไม่ประเสริฐเท่าได้ตน
เพราะตนเป็นบ่อเกิดแห่งสมบัติทั้งปวง

เมื่อท่านอธิบายตจปัญจกกรรมฐานจบลงมักกล่าวเตือนเป็นคำกลอนว่า "แก้ให้ตกเน้อแก้บ่ตกคาพกเจ้าไว้ แก้บ่ได้แขวนคอต่องแต่ง แก้บ่พ้นคาก้นย่างยาย คาย่างยายเวียนตายเวียนเกิด เวียนเอากำเนิดในภพทั้งสาม ภพทั้งสามคือเฮือนเจ้าอยู่" ดังนี้.

และเมื่อคราวท่านเทศนาสั่งสอนพระภิกษุผู้เป็นศิษยานุศิษย์ถือลัทธิฉันเจให้เข้าใจถูกทาง และเลิกลัทธินั้นจบลงแล้วได้กล่าวคำเป็นคติว่า "เหลือแต่เว้า บ่เห็นบ่อนเบาหนัก เดินบ่ไปตามทางสิถืกดงเสือฮ้าย"..


ภาพถ่ายที่ วัดป่าภูริทัตตถิราวาส ( วัดป่าบ้านหนองผือ ) เมื่อ วันที่ 9 พ.ย. 2554

12.3.17

"ทุกข์ตั้งแต่ในขันธ์ห้า โฮมมาขันธ์สี่ ทุกข์ตั้งแต่ในโลกนี้ โฮมข่อยผู้เดียว"

BY Somchatchai IN No comments

"ทุกข์ตั้งแต่ในขันธ์ห้า โฮมมาขันธ์สี่ ทุกข์ตั้งแต่ในโลกนี้ โฮมข่อยผู้เดียว"

บางส่วนจาก คำผญาสอนศิษย์
เกร็ดประวัติ และ ปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากหนังสือ "รำลึกวันวาน"  หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ

http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-mun/lp-mun-hist-06-08.htm

11.3.17

เลยเพลินเชยชม "จำ" ทำมานาน ความจำผิดปิดไว้ไม่ให้เห็น จึงหลงเล่นขันธ์ห้าน่าสงสาร ให้ยกตัวอวดตนพ้นประมาณ เที่ยวระรานติคนอื่นเป็นพื้นไปไม่เป็นผล เที่ยวดูโทษคนอื่นนั้นขื่นใจ เหมือนก่อไฟเผาตัวต้องมัวมอม

BY Somchatchai IN No comments

คำสอนหลวงปู่มั่น จากลายมือหลวงปู่มั่น...

เลยเพลินเชยชม "จำ" ทำมานาน ความจำผิดปิดไว้ไม่ให้เห็น จึงหลงเล่นขันธ์ห้าน่าสงสาร ให้ยกตัวอวดตนพ้นประมาณ เที่ยวระรานติคนอื่นเป็นพื้นไปไม่เป็นผล เที่ยวดูโทษคนอื่นนั้นขื่นใจ เหมือนก่อไฟเผาตัวต้องมัวมอม

ใครผิดถูกดีชั่วก็ตัวเขา ใจของเราเพียรระวังตั้งถนอม อย่าให้อกุศลวนมาตอม ควรถึงพร้อมบุญกุศลผลสบาย เห็นคนอื่นเขาชั่วตัวก็ดี เป็นราคียึดขันธ์ที่มั่นหมาย ยึดขันธ์ต้องร้อนแท้เพราะแก่ตาย เลยซ้ำร้ายกิเลสกลุ้มเข้ารุมกวน

เต็มทั้งรักทั้งโกรธโทษประจักษ์ ทั้งกลัวนักหนักจิตคิดโหยหวน ซ้ำอารมณ์กามห้าก็มาชวน ยกกระบวนทุกอย่างต่าง ๆ ไป   เพราะยึดขันธ์ทั้ง ๕ ว่าของตน จึงไม่พ้นทุกข์ภัยไปได้นา ถ้ารู้โทษของตัวแล้วอย่าชาเฉย

 ดูอาการสังขารที่ไม่เที่ยงร่ำไปให้ใจเคย คงได้เชยชมธรรมะอันเอกวิเวกจิต ไม่เที่ยงนั้นหมายใจไหวจากจำ เห็นแล้วซ้ำดู ๆ อยู่ที่ไหว พออารมณ์นอกดับระงับไปหมดปรากฏธรรม เห็นธรรมแล้วย่อมหายวุ่นวายจิต จิตนั้นไม่ติดคู่จริงเท่านี้หมดประตู รู้ไม่รู้อย่างนี้



บางส่วนจาก ขันธะวิมุติสะมังคีธรรมะ - ลายมือหลวงปู่มั่น
https://sites.google.com/site/gotodhama/khan-tha-wi-mu-ti-sa-mang-khi-thrrma

9.12.16

ให้ลบอารมณ์ภายนอกให้หมด จึงจะเข้าอารมณ์ภายในได้

BY Somchatchai IN No comments


- ท่านกำชับว่าอย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัวเห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้วรู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

- ให้แก้ปัจจุบัน เมื่อแก้ปัจจุบันได้แล้ว ภพ ๓ นั้นหลุดหมดไม่ต้องส่งอดีต อนาคต ให้ลบอารมณ์ภายนอกให้หมด จึงจะเข้าอารมณ์ภายในได้ เพ่งนอกเป็นตัวสมุทัย เป็นทุกข์ และเป็นตัวมิจฉาทิฏฐิ เพ่งในเป็นตัวสัมมาทิฐิ เพ่งในตัวเป็นสัมมาทิฐิ

คำสอนหลวงปู่มั่น
บันทึกโดยหลวงปู่หลุย จันทสาโร
จากหนังสือ จันทสาโรบูชา

23.6.16

ร่างกายนี้เป็นที่ประชุมแห่งของโสโครกคือ อุจจาระ ปัสสาวะ (มูตรคูถ) ทั้งปวง สิ่งที่ออกจากผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น ก็เรียกว่า ขี้ ทั้งหมด

BY Somchatchai IN No comments

..ร่างกายนี้เป็นที่ประชุมแห่งของโสโครกคือ อุจจาระ ปัสสาวะ (มูตรคูถ) ทั้งปวง สิ่งที่ออกจากผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เป็นต้น ก็เรียกว่า ขี้ ทั้งหมด เช่น ขี้หัว ขี้เล็บ ขี้ฟัน ขี้ไคล เป็นต้น

เมื่อสิ่งเหล่านี้ร่วงหล่นลงสู่อาหาร มีแกงกับ เป็นต้น ก็รังเกียจ ต้องเททิ้ง กินไม่ได้ และร่างกายนี้ต้องชำระอยู่เสมอจึงพอเป็นของดูได้ ถ้าหาไม่ก็จะมีกลิ่นเหม็นสาป เข้าใกล้ใครก็ไม่ได้ ของทั้งปวงมีผ้าแพรเครื่องใช้ต่างๆ เมื่ออยู่นอกกายของเราก็เป็นของสะอาดน่าดู

แต่เมื่อมาถึงกายนี้แล้วก็กลายเป็นของสกปรกไป เมื่อปล่อยไว้นานๆ เข้าไม่ซักฟอกก็จะเข้าใกล้ใครไม่ได้เลย เพราะเหม็นสาบ ดั่งนี้จึงได้ความว่าร่างกายของเรานี้เป็นเรือนมูตร เรือนคูถ เป็นอสุภะ ของไม่งาม ปฏิกูลน่าเกลียด

เมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นถึงปานนี้ เมื่อชีวิตหาไม่แล้ว ยิ่งจะสกปรกหาอะไรเปรียบเทียบมิได้เลย เพราะฉะนั้นพระโยคาวจรเจ้าทั้งหลายจึงพิจารณาร่างกายอันนี้ให้ชำนิชำนาญด้วย โยนิโสมนสิการ ตั้งแต่ต้นมาทีเดียว คือขณะเมื่อยังเห็นไม่ทันชัดเจนก็พิจารณาส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งกายอันเป็นที่สบายแก่จริตจนกระทั่งปรากฏเป็นอุคคหนิมิต คือ ปรากฏส่วนแห่งร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วก็กำหนดส่วนนั้นให้มาก เจริญให้มาก ทำให้มาก..

บางส่วนจาก ๙. อุบายแห่งวิปัสสนา อันเป็นเครื่องถ่ายถอนกิเลส

มุตโตทัย พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ

23.5.16

ใครผิดถูก ดีชั่ว ก็ตัวเขา ใจของเรา เพียงระวัง ตั้งถนอม อย่าให้ อกุศล วนมาตอม..

BY Somchatchai IN No comments

ขันธะวิมุตติ

“ใครผิดถูก ดีชั่ว ก็ตัวเขา
ใจของเรา เพียงระวัง ตั้งถนอม
อย่าให้ อกุศล วนมาตอม
ควรถึงพร้อม บุญกุศล ผลสบาย
เห็นคนอื่น เขาชั่ว ตัวก็ดี
เป็นราคี ยึดขันธ์ ที่มั่นหมาย
ยึดขันธ์ต้อง ร้อนแท้ เพราะแก่ตาย
เลยซ้ำร้าย กิเลสกลุ้ม เข้ารุมกวน”

(ถอดความจากลายมือหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต)

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=38952

ท่านกำชับว่าอย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัวเห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้วรู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

BY Somchatchai IN No comments

- ถ้าส่งจิตรู้เห็นนอกกายเป็นมิจฉาทิฐิ ให้รู้เห็นอยู่ในกายกับจิตนั้นเป็นสัมมาทิฐิ

- ท่านกำชับว่าอย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัวเห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้วรู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

คำสอนหลวงปู่มั่น
บันทึกโดยหลวงปู่หลุย จันทสาโร
จากหนังสือ จันทสาโรบูชา
http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-louis/lp-louis-hist-04-06.htm

24.4.16

หลวงปู่มั่นโปรดวิญญาณสามเณรและหญิงที่เป็นห่วงพระเจดีย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ

BY Somchatchai IN No comments


"หลวงปู่มั่นโปรดวิญญาณสามเณรและหญิงที่เป็นห่วงพระเจดีย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ"

หลวงปู่แหวน ได้เล่าถึงหลวงปู่มั่นว่า :-

เมื่อออกพรรษาแล้ว ท่านอาจารย์ใหญ่ ให้โยมนำไม้เข้าไปทำแคร่ให้ท่านอีกแห่งที่ถ้ำเจดีย์ อยู่ลึกเข้าไปข้างในถ้ำหลวง แล้วท่านก็เข้าไปอยู่ภายในถ้ำนั้น ๙ วัน ๙ คืน โดยไม่ออกมาเลย

ในวันที่ ๑๐ หลวงปู่มั่น จึงออกมา หลังจากกลับจากบิณฑบาตและฉันเสร็จแล้ว ท่านจึงเล่าให้คณะศิษย์ฟังว่า ท่านเข้าไปช่วยเจ้าของผู้สร้างเจดีย์ เขาห่วงเจดีย์ของเขา เขาไปไหนไม่ได้ ท่านจึงไปช่วยแนะนำเขา เวลานี้เขาไปแล้ว

หลวงปู่แหวนบอกว่า ที่พระอาจารย์ใหญ่พูดว่า เขาไปแล้วนั้น ท่านเองก็ไม่รู้ว่าใครไปไหน ได้กราบเรียนถาม แต่ท่านก็ไม่ได้อธิบาย หยุดไว้แค่นั้น

จากคำบอกเล่าของครูบาอาจารย์องค์อื่น ความว่า ได้มีวิญญาณหญิงสาวกับสามเณร ที่เป็น น้องชาย มาวนเวียนอยู่บริเวณที่หลวงปู่มั่น พักนั้นหลายคืน ท่านจึงถามว่า มาเดินอยู่ทำไม วิญญาณก็เล่าให้ฟังว่า พวกเราสร้างเจดีย์ไว้ยังไม่เสร็จ ก็ต้องมาตายเสียก่อน เขาจึงกังวลกับเรื่องนี้ ยังไปไหนไม่ได้

หลวงปู่มั่น จึงเทศน์ให้สติวิญญาณสองพี่น้อง ใจความว่า :-

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน เพราะไม่สามารถเอากลับมาให้เป็นปัจจุบันได้ มีแต่ จะทำให้กังวลและเป็นทุกข์ ส่วนอนาคตก็ไม่ควรไปห่วง ไปเกี่ยวข้อง อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตก็ควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน ปัจจุบันเท่านั้น จึงจะทำให้สำเร็จประโยชน์ได้ เพราะอยู่ในฐานะที่เขาสามารถทำได้

การสร้างพระเจดีย์ เราสร้างด้วยหวังบุญ หวังกุศล ไม่ได้สร้างเพื่อหวังเอาก้อนอิฐ ก้อนหิน ปูนทราย ในองค์พระเจดีย์ติดตัวไปด้วย สิ่งที่เป็นสมบัติของเราในการสร้างพระเจดีย์ ก็คือบุญที่เราจะเอาติดตัวไปได้

เราไม่ได้เอาสิ่งก่อสร้าง วัตถุทานต่างๆ ที่สละแล้วนั้น เอาติดตัวไปด้วย เราเอาไปได้ เฉพาะส่วนนามธรรม ที่เกิดจากการสละวัตถุทานเหล่านั้น นั่นคือตัวบุญกุศล

เจ้าของผู้คิดเป็นกุศลเจตนาขึ้นมา ให้สำเร็จเป็นวัตถุไทยทานต่างๆ นั้นคือ ใจ ใจนี่แหละเป็น ผู้ทรงบุญ ทรงกุศล ทรงมรรค ทรงผล ทรงสวรรค์ นิพพาน และใจนี่แล เป็นผู้ไปสู่สวรรค์นิพพาน นอกจากใจไม่มีอะไรไป

“ถ้าคุณทั้งสองยินดีเฉพาะกุศลผลบุญที่ทำได้จาการสร้างพระเจดีย์ไปเท่านั้น ไม่มุ่งจะแบกหามพระเจดีย์ไปสวรรค์ นิพพานด้วย คุณทั้งสองก็ไปอย่าง สุคโต หายห่วงไปนานแล้ว เพราะบุญเป็นเครื่องสนับสนุน บุญจึงไม่เปลี่ยนแปลงเป็นบาปตลอดกาล

คุณทั้งสองสร้างบุญญาภิสมภารมา เพื่อยังตนไปสู่สุคติ แต่กลับมาติดกังวลในอิฐ ในปูนเพียงเท่านั้น จนเป็นอุปสรรคต่อทางเดินของตน ซึ่งทำให้เสียเวลาไปนาน

ถ้าคุณทั้งสอง พยายามตัดความขัดข้องห่วงใยที่กำลังเป็นอยู่ ออกจากใจ ชั่วเวลาไม่นาน จะเป็นผู้หมดภาระผูกพัน คุณมีจิตมุ่งมั่นในภพใด จะสมหวังในภพนั้น เพราะแรงกุศลที่ได้พากันสร้างมาพร้อมอยู่แล้ว”

หลังจากนั้น หลวงปู่มั่น ก็สอนดวงวิญญาณ ให้รักษาศีลห้า สอนอานิสงส์ของทาน ศีล ภาวนา และหลักธรรมอื่นๆ จนดวงวิญญาณคลายการติดยึด แล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์พิภพ ในลำดับต่อมา

http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-wan/lp-wan-hist-012.htm
หลวงปู่ แหวน สุจิณฺโณ
(๑๓๕. หลวงปู่มั่นไม่ออกจากถ้ำ ๙ วัน ๙ คืน )
จากหนังสือโครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม ๓

4.4.16

ภาวิโต พหุลีกโต คือทำให้มาก เจริญให้มาก จนจิตมีกำลังสามารถพิจารณาสมมติทั้งหลายทำลายสมมติทั้งหลายลงไปได้

BY Somchatchai IN No comments

..พระขีณาสวเจ้าทั้งหลายดับโลกสามรุ่งโรจน์อยู่ คือทำการพิจารณาบำเพ็ญเพียรเป็น

ภาวิโต พหุลีกโต คือทำให้มาก เจริญให้มาก

จนจิตมีกำลังสามารถพิจารณาสมมติทั้งหลายทำลายสมมติทั้งหลายลงไปได้จนเป็นอกิริยาก็ย่อมดับโลกสามได้

การดับโลกสามนั้น ท่านขีณาสวเจ้าทั้งหลายมิได้เหาะขึ้นไปนกามโลก รูปโลก อรูปโลกเลยทีเดียว คงอยู่กับที่นั่นเอง แม้พระบรมศาสดาของเราก็เช่นเดียวกัน..

๑๔. อกิริยาเป็นที่สุดในโลก - สุดสมมติบัญญัติ
หน้า 22 หนังสือ มุตโตทัย และปฏิปัตติปุจฉาวิสัชนา (หลวงปู่มั่น)

http://www.flipbooksoft.com/upload/books/02-2013/2caed5910593ace6da9e33cc93955b0d/.pdf

16.2.16

ท่านตอบ "หือ คนไม่มีตาเขียน เอาพระพุทธเจ้าไปเป็นแขกหัวโตได้"

BY Somchatchai IN , No comments

ท่านตอบ "หือ คนไม่มีตาเขียน เอาพระพุทธเจ้าไปเป็นแขกหัวโตได้"

ท่านกล่าวต่อไปว่า "อันนี้ได้พิจารณาแล้วว่า พระพุทธเจ้าเป็นคนไทย พระอนุพุทธสาวกในยุคพุทธกาล ตลอดถึงยุคปัจจุบัน ล้วนแต่ไทยทั้งนั้น ชนชาติอื่น แม้แต่สรณคมน์และศีล 5 เขาก็ไม่รู้ จะเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ดูไกลความจริงเอามากๆ เราได้เล่าให้เธอฟังแล้วว่า ชนชาติไทย คือ ชาวมคธ รวมรัฐต่างๆ มีรัฐสักกะ เป็นต้น หนีการล้างเผ่าพันธุ์มาในยุคนั้น และชนชาติพม่า คือ ชาวรัฐโกศล เป็นรัฐใหญ่ รวมทั้งรัฐเล็กๆ จะเป็นวัชชี มัลละ เจติ เป็นต้น ก็ทะลักหนีตายจากผู้ยิ่งใหญ่ด้วยโมหะ อวิชชา มาผสมผสานเป็นมอญ (มัลละ) เป็นชนชาติต่างๆ ในพม่าในปัจจุบัน"

"ส่วนรัฐสักกะใกล้กับรัฐมคธ ก็รวมกันอพยพมาสุวรรณภูมิ ตามสายญาติที่เดินทางมาแสวงโชคล่วงหน้าก่อนแล้ว"

http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-mun/lp-mun-hist-06-05.htm

บางส่วนจาก อริยวาส อริยวงศ์
หนังสือ "รำลึกวันวาน" บันทึกของ หลวงตาทองคำ จารุวัณโณ เกี่ยวกับเกร็ดประวัติและปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

12.1.16

ท่านกำชับว่าอย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัวเห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้วรู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

BY Somchatchai IN No comments

ท่านกำชับว่าอย่าให้จิตเพ่งนอก ให้รู้ในตัวเห็นในตัว เมื่อรู้ในตัวแล้วรู้ทั่วไป เพราะตัวเป็นต้นเหตุ

 
โอวาทธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถร
บันทึกธรรมโดย หลวงปู่หลุย จันทสาโร
พ.ศ. ๒๕๘๓ ณ วัดป่าโนนนิเวศน์ จังหวัดอุดรธานี

http://luangpumun.org/luy.html