Showing posts with label หลวงปู่สิม พุทธาจาโร. Show all posts
Showing posts with label หลวงปู่สิม พุทธาจาโร. Show all posts

2.11.18

ธรรมดากิเลสเป็นมาร เป็นภัยอันตราย คำว่ามารก็คือว่าเป็นผู้ฆ่าผู้ทำลาย ใครไปหลงกลมารยาของมารแล้วก็เสียทุกครั้งไป

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

๐ ธรรมดากิเลสเป็นมาร เป็นภัยอันตราย คำว่ามารก็คือว่าเป็นผู้ฆ่าผู้ทำลาย ใครไปหลงกลมารยาของมารแล้วก็เสียทุกครั้งไป

ฉะนั้นเราทุกคนจงอย่าได้ปล่อยจิตใจให้คิดนึกไปภายนอก จงนึกเตือนใจของตนอยู่ทุกเวลาว่า พุทโธ พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของเรา ธัมโม สังโฆ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งของเรา คือให้ใจมาสงบตั้งมั่นอยู่ภายใน ไม่ให้ไปตามอาการภายนอก

๐ อย่าไปคิดว่าเวลาเราแก่ หรือเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย หรือใกล้ ๆ จะแตก จะตาย แล้วจึงภาวนา ถ้าคิดอย่างนั้นก็เป็นอันว่าคิดผิด

เพราะเวลาอยู่ดีสบายนี้แหละเป็นเวลาที่เราจะต้องริเริ่มภาวนาให้ได้ให้ถึง กิเลสอะไรที่ยังไม่ออกจากจิตใจเรา ก็จะได้ละกิเลสนั้นเสีย

พระธรรมเทศนาของ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=38095

20.9.17

การภาวนาอย่าเข้าใจว่ามันเป็นของยาก

BY Somchatchai IN No comments

หลวงปู่สิม : การภาวนาอย่าเข้าใจว่ามันเป็นของยาก ไม่ว่ากิจกรรมการงานอะไร อย่างหยาบ ๆ ก็ดี ถ้าเราไม่ทำไม่ประกอบก็ยิ่งเป็นอุปสรรค

แต่ถ้าเราตั้งใจทำจริง ๆ แล้ว มันมีทางออก ภาวนาไปรวมจิตใจลงไป จนกระทั่งจิตใจเชื่อตามความเป็นจริง เชื่อต่อคุณพระพุทธเจ้าจริง ๆ เชื่อต่อพระธรรมจริง ๆ เชื่อต่อคุณพระอริยสงฆ์สาวกจริง ๆ แล้ว

บุคคลผู้นั้นก็มีทางที่จะได้บรรลุมรรคผล เห็นแจ้งในธรรม ในปัจจุบันชาตินี้..

พระธรรมเทศนาของ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=38095

8.4.17

ใจคนเราไม่ภาวนา ปล่อยปละละเลยให้จิตใจคิดไปปรุงไปตามอำนาจกิเลสราคะตัณหา อันนี้แหละมันพาให้ใจคนเรามืด มันมืดมนอนธการอยู่ในตัวในใจ

BY Somchatchai IN No comments

..ใครเกิดมาเป็นคน ความทุกข์ในเรื่องคน มันก็มีขึ้นในตัว มีขึ้นในใจของแต่ละทุกๆ คน แต่ว่าถ้าเราไม่ภาวนาให้ดี พุทโธ ธัมโม สังโฆ ไม่อยู่ในใจ เมื่อความทุกข์เหล่านี้มันพังเข้ามา มันกระทบเข้ามา แล้วจิตนี้มันก็จะหลง หรือจิตมันจะเกิดเป็นจิตมืด จิตดำขึ้นมา พิจารณาธรรมกรรมฐานไม่ได้ เพราะว่ามันมืด เหมือนกลางคืน ... กลางคืนถ้าไม่มีไฟ เดินไปมันก็ตำต้นไม้ เหยียบขวากหนาม เพราะว่ามันมืด

ใจคนเราไม่ภาวนา ปล่อยปละละเลยให้จิตใจคิดไปปรุงไปตามอำนาจกิเลสราคะตัณหา อันนี้แหละมันพาให้ใจคนเรามืด มันมืดมนอนธการอยู่ในตัวในใจ


ความจริงนั้นตามันก็ไม่มืด เว้นเสียแต่คนตาบอด คนตาบอดนั้นเรียกว่ามืดนอก ... คนตาไม่บอด แต่ไม่ภาวนา ไม่ละกิเลสอันมีอยู่ในใจของตน อันนี้เรียกว่ามันบอดใน...ใจมันบอด

ตาหนังนี้ไม่บอดแต่ตาในมันบอด ตาไม่ภาวนา ตาไม่รักษาศีล ตาไม่อยู่ภายใน ตาไปอยู่ภายนอก หลงใหลไปตามรูป หลงใหลไปตามเสียง ตามกลิ่น ตามรส นั้นเรียกว่ามันมืดใน ใจมันมืด อย่าไปให้ใจมืด ให้ใจแจ้งใสหมดจดสะอาด..

บางส่วนจาก ๔. ให้ใจอยู่กับสติ
พระธรรมเทศนา หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

http://larndham.org/index.php?/topic/43962-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/