หลวงปู่ : ..ก็ทวนกระแสเข้ามาดู ร่างกายอันนี้น่ะ ว่าร่างกายอันนี้ เป็นของเราจริงเหรอ ไอ่ผู้ที่เขาด่าน่ะ ปากเขาก็ดี ร่างกายเขาก็ดี เป็นของเขาจริงเหรอ โดยความจริงแล้วน่ะ มันไม่ใช่ มันเป็นแต่เพียงธาตุ 4 ดินน้ำไฟลม ประชุมกันอยู่ แล้วมันก็มีจิตวิญญาณนี้มาอาศัย
จิตนี้ก็ไม่ใช่ตัวตนเราเขาอะไร เป็นแต่ธาตุรู้เท่านั้นเอง ร่างกายอันนี้ก็ประกอบด้วยธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลม เท่านั้น เมื่อเราแยกแยะดู ด้วยปัญญาแล้วก็ จะเห็นว่าไอ่ตัวตนเราเขา มันไม่มีอยู่ในนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้จะไปสำคัญผิดทำไม ว่าเขาด่าเรา เขาข่มเขงเรา เบียดเบียนเราอย่างงี้ ถ้าไปสำคัญอยู่อย่างนั้น ก็แสดงว่าผู้นั้นไม่ได้เจริญสมถะ ไม่ได้เจริญวิปัสสนา เลย
ไม่ได้ใช้ปัญญาค้นคว้าหา ความจริงของชีวิต ดังนั้นน่ะจึงได้ มีความเห็นผิด จากธรรมของจริง เรื่อยไป เมื่อมีความเห็นผิดจากความเป็นจริงไปอย่างนั้น กิเลสมันก็ไม่เบาบางเลย กิเลสมันยิ่งนับวันแต่มันจะหนาขึ้นไปเรื่อยๆ..
..เพราะว่ามันไม่มีใครด่าเรา มันไม่มีใครข่มเหงเรา อย่างนี้ เพราะว่ามองเห็นแล้วว่าร่างกายนี้ ไม่ใช่ของเราจริงจังอะไร มีแต่สภาวะธาตุ เมื่อเป็นเช่นนี้ มันก็ไม่มีใครด่าเราด่าเขาอะไร เขาผู้ด่าก็ไม่มี มีแต่สังขารเท่านั้นน่ะ มันเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป
เสียงต่างๆก็ดี รูปต่างๆก็ดี ก็ต้องให้กำหนดรู้ว่ามันเป็นสังขาร คือสภาพที่ถูกปรุงแต่งขึ้น ความโกรธนั่นน่ะมันปรุงแต่งขึ้นในใจ ให้ด่าคนนู้น ให้พูดเสียดสีคนนี้นั่น ถ้าความโกรธไม่มีแล้วมันจะไม่เป็นอย่างนั้นเลย..
บางส่วนจาก พระธรรมเทศนา - หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ ทวนกระแสจิตไม่หลงติดสมมุติ 20 ม.ค. 32
https://youtu.be/1hLvOB1GKH0?t=9m21s
(9:21 - 11:15, 12:03 - 13:07)
29.8.17
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment