..ในคำสั่งสอนท่านเทศนาไว้ว่า รูปํ อนิจฺจา เวทนา อนิจฺจา สญฺญา อนิจฺจา สงฺขารา อนิจฺจา วิญญาณํ อนิจจํ แล้วจะมีอะไรเป็นของเราได้อย่างไรเล่า รูปทั้งหลายก็เป็นของไม่เที่ยงทั้งหมด เวทนาก็ไม่เที่ยง สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงทั้งหมด วิญญาณก็ไม่เที่ยงทั้งหมด เที่ยงเมื่อไรเล่า
วิญญาณของเรา วิญญาณคือความรู้ เวลานี้เรารู้อยู่เฉย ๆ เมื่อไรเล่า จิตใจมันห่วงบ้านห่วงช่อง ห่วงข้าว ห่วงของ ห่วงโน่นห่วงนี่ มันไม่อยู่เฉย ๆ เพราะฉะนั้น เราจะรู้จักที่พึ่งที่อาศัยของเรา เราจึงมาทำบุญ ทำกุศล เราต้องการที่พึ่งที่ระลึกของเรา
สังขารของเรามันไม่เที่ยง จะว่าเป็นของเราได้อย่างไร ให้พากันพิจารณาดู นามธรรมคือดวงใจผู้คิดผู้นึก มันก็เที่ยงเมื่อไรเล่า เราต้องเพ่งต้องเร่งพิจารณาเดี่ยวนี้แหละ ไม่ต้องคำนึงถึงว่าในอนาคตจะไปอยู่ชั้นใดภูมิใดภพใด
เราต้องรู้จักว่านี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าท่านวางไว้ ถ้าเราไม่เห็นเดี๋ยวนี้ เราก็ไม่รู้จักที่อยู่ที่อาศัยของเรา ที่อยู่ของเรานั้นเป็นอย่างไรเล่า ก็ดูเอาซิ ถ้าจิตของเราสบาย เราก็ได้ที่พึ่งสบาย ถ้าจิตของเราไม่สบาย เราก็ได้ที่พึ่งไม่สบาย ให้รู้จักเอาไว้ นี่แหละที่พึ่งของเรา จงพากันเข้าใจ..
..ภเว ภวา สมฺภวนฺติ มันเที่ยวก่อภพน้อย ๆ ใหญ่ ๆ อยู่เดี๋ยวนี้แหละ ฟังดูซี หัวใจของเราหยุดนิ่งอยู่ได้หรือยัง นั่งดูมันไม่นิ่งซี นี่ให้รู้จักซี ทำให้มันนิ่งซี เราไม่อยากตายก็หยดเสียซี อย่าไปเกิดซี เราเกิดแล้วมันก็แก่ซี เราอย่าไปเกิดก่อชาติก่อภพอยู่เรื่อย เราไปเกิดเป็นชั้นใดเล่า ในภูมิใดในภพอันใดเล่า รีบดูซี อย่าไปฟังแต่เสียงซี ต้องเข้าดูดวงใจ ให้ฟังดวงใจของเรา..
บางส่วนจาก การฟังและการปฏิบัติ
พระธรรมเทศนา พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
๓ กันยายน ๒๕๑๑
0 comments:
Post a Comment