..ท่านบอกไว้ว่า กมฺมสฺสโก มฺหิ กรรมทั้งหลายเป็นของของตน ท่านบอกอย่างนี้แหละ กรรมเป็นของของตนไม่ใช่เป็นของบุคคลอื่น ก็เวลานี้เราอยู่ในกรรมอันใดเล่า กรรมดีหรือกรรมชั่ว เราต้องพิจารณาลงไป เชื่อมั่นลงไป ไม่ใช่ผู้อื่นเป็น เราเองเป็นผู้เป็น ให้พินิจพิจารณาให้แจ่มแจ้งลงไป ให้มันเห็นตัวกรรม..
..กรรมมันไม่ได้เกิดที่อื่น เวลานี้กายเราไม่ได้ทำอะไร วาจาเราก็ไม่ได้ทำ เหลือแต่มโนกรรม ความน้อมนึก มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมยา บุญและบาปไม่ว่าใด ๆ ใจถึงก่อน ให้พากันพินิจพิจารณาให้เห็นแจ่มแจ้งลงไป แน่นอนลงไป บุญและบาปใจมันถึงก่อน..
..เราทำดีก็ได้พึ่งดีเราทำชั่วก็ได้พึ่งชั่ว ในบาลีท่านจึงว่า กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมา เราเป็นผู้ทำมาทั้งหมดไม่ใช่หรือ เราทำกุศลมาจึงได้..
..กุสลาธัมมา คือใจของเราดี ใจของเรามีความสุข ใจของเรามีความสบาย นี่แหละคือกุสลาธัมมาแน่ อกุสลาธัมมา คืออย่างไรเล่า คือ ใจเราไม่ดี เมื่อใจเราไม่ดีแล้ว สังขารร่างกายก็ไม่ดี พ่อแม่พี่น้องข้าวของเงินทองก็ไม่ดี นี่แหละ อกุสลาธัมมา เราเป็นผู้ทำมาทั้งหมดเราจึงได้ นี่แหละ เราควรพินิจพิจารณา น้อมเข้าในธัมโม เราเป็นผู้ทำทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้ทำแล้วเราก็ไม่ได้ นี้เป็นข้อปฏิบัติ..
..ที่ท่านบอกไว้ว่า ปญฺจกฺขนฺธา รูปกฺขนฺโธ เวทนาขนฺโธ สญญาขนฺโธ สงขาราขนฺโธ วิญญาณขนฺโธ นี่แหละท่านว่า ธรรมะทั้งหลาย จงเอาตัวของเราเป็นตัวธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ในตัวเราทั้งนั้น..
บางส่วนจาก การฟังและการปฏิบัติ
พระธรรมเทศนา พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
๓ กันยายน ๒๕๑๑
0 comments:
Post a Comment