..อันว่าที่สุดเเห่งจักรวาฬโลกเบื้องบนนั้น มีอรูปพรหมเป็นเขตต์ เพราะอรูปพรหม ๔ ชั้นนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นนิพพานพรหม หรือนิพพานโลก นิพพานโลกนี้เป็นที่ไม่สิ้นสุด
ส่วนว่านิพพานของพระพุทธเจ้าซึ่งมีนามว่าโลกุตตรนิพพาน เป็นนิพพานที่สุดที่เเล้วต่ออรูปพรหม ๔ ชั้นนั้น ขึ้นไป ก็เป็นเเต่อากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าที่สุดเบื้องบนเพียงอรูปพรหมเท่านั้น..
..ตทนฺตรํ ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาต่อไปอีกว่า อานนฺท ดูก่อนอานนท์ บุคคลทั้งหลายที่หลงขึ้นไปบังเกิดในอรูปพรหม อันปราศจากความรู้นั้น ก็ล้วนแต่บุคคลผู้ที่ปรารถนาพระนิพพาน
แต่ไม่รู้จักวางใจให้สิ้นให้หมดทุกข์นั้นเอง
ไม่รู้จักวางจิตต์วิญญาณอันตนเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย ลมของโลก
ทำความเข้าใจว่าเป็นจิตต์ของตัว และเข้าใจว่าพระนิพพานมีอยู่ในเบื้องบนนั้น
ตัวก็นึกเข้าใจเอาว่าจิตต์ของตัวขึ้นไปเป็นสุขอยู่ในที่นั้น ครั้นตายแล้วก็เลยพาเอาตัวขึ้นไปอยู่ในที่อันไม่มีรูป ตามที่จิตต์ตนนึกไว้นั้นฯ ดูก่อนอานนท์ผู้ที่หลงขึ้นไปอยู่ในอรูปพรหมแล้ว
และจักได้ถึงโลกุตรนิพพานนั้นช้านานยิ่งนัก เพราะว่าอายุของอรูปพรหมนั้นยืนนัก จะนับว่าเท่านั้นเท่านี้มิอาจนับได้ จึงชื่อว่านิพพานโลกีย์ ต่างกันแต่มิได้ดับวิญญาณเท่านั้น
ถ้าหากดับวิญญาณก็เป็นพระนิพพานโลกุตตระได้ ส่วนความสุขสำราญในพระนิพพานทั้ง ๒ นั้น ก็ประเสริฐเลิศเสมอกัน ไม่ต่างกัน
แต่นิพพานโลกีย์เป็นนิพพานที่ไม่สิ้นสุดเท่านั้น เมื่อสิ้นอำนาจของฌานแล้ว ยังต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ร้าย และดี คุณและโทษ สุขและทุกข์มีอยู่เต็มที่
เพราะเหตุนั้น ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งจะปรารถนานิพพานพรหมไม่มีเลย ย่อมมุ่งต่อโลกุตรนิพพานด้วยกันทั้งนั้น
แต่ไม่รู้จักปล่อยวางวิญญาณจึงหลงไปเกิดเป็นอรูปพรหม ส่วนโลกุตตรนิพพานนั้นปราศจากวิญญาณ วิญญาณยังมีอยู่ในที่ใด ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ยังมีอยู่ในที่นั้น..
บางส่วนจาก คิริมานนทสูตร สำนวนเก่าโบราณ หน้า ๙, หน้า ๒๐ - ๒๑
http://www.openbase.in.th/dhammanow008
ตัวก็นึกเข้าใจเอาว่าจิตต์ของตัวขึ้นไปเป็นสุขอยู่ในที่นั้น ครั้นตายแล้วก็เลยพาเอาตัวขึ้นไปอยู่ในที่อันไม่มีรูป ตามที่จิตต์ตนนึกไว้นั้นฯ ดูก่อนอานนท์ผู้ที่หลงขึ้นไปอยู่ในอรูปพรหมแล้ว
และจักได้ถึงโลกุตรนิพพานนั้นช้านานยิ่งนัก เพราะว่าอายุของอรูปพรหมนั้นยืนนัก จะนับว่าเท่านั้นเท่านี้มิอาจนับได้ จึงชื่อว่านิพพานโลกีย์ ต่างกันแต่มิได้ดับวิญญาณเท่านั้น
ถ้าหากดับวิญญาณก็เป็นพระนิพพานโลกุตตระได้ ส่วนความสุขสำราญในพระนิพพานทั้ง ๒ นั้น ก็ประเสริฐเลิศเสมอกัน ไม่ต่างกัน
แต่นิพพานโลกีย์เป็นนิพพานที่ไม่สิ้นสุดเท่านั้น เมื่อสิ้นอำนาจของฌานแล้ว ยังต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ร้าย และดี คุณและโทษ สุขและทุกข์มีอยู่เต็มที่
เพราะเหตุนั้น ผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งจะปรารถนานิพพานพรหมไม่มีเลย ย่อมมุ่งต่อโลกุตรนิพพานด้วยกันทั้งนั้น
แต่ไม่รู้จักปล่อยวางวิญญาณจึงหลงไปเกิดเป็นอรูปพรหม ส่วนโลกุตตรนิพพานนั้นปราศจากวิญญาณ วิญญาณยังมีอยู่ในที่ใด ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ยังมีอยู่ในที่นั้น..
บางส่วนจาก คิริมานนทสูตร สำนวนเก่าโบราณ หน้า ๙, หน้า ๒๐ - ๒๑
http://www.openbase.in.th/dhammanow008

0 comments:
Post a Comment