..ชาวจิตตนครพากันพัวพันเพลิดเพลินอยู่กับภาพ
คล้ายกับคนนั่งดูภาพยนตร์นิยมชมชอบตัวพระตัวนางเกลียดตัวผู้ร้าย
บางคราวก็หัวเราะเฮฮา บางคราวที่ใจอ่อนก็ร้องไห้
เพราะมิได้นึกว่าเป็นภาพยนตร์
แต่นึกว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นชีวิตจริง
สมุทัยสามารถทำให้ชาวจิตตนครคิดว่าอารมณ์ที่ปรากฏเป็นภาพในใจนี้เป็นของจริง
ฉันนั้นเหมือนกัน
โดยใช้หัวโจกสำคัญเงียบ ๆ
คือโมโหให้เข้าแทรกแทรงทำให้หลงเข้าใจผิด
อันที่จริงจิตตนครเป็นเมืองภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเมืองใด ๆ ในโลก
และชาวเมืองจิตตนครก็ชอบดูภาพยนตร์กันมาก
สามารถดูอยู่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน คือเว้นแต่หลับ
ถึงหลับก็ยังชอบฝันดูภาพยนตร์กันอีก
คนดูหนังดูละครเพลิดเพลินอยู่กับการแสดงของหนังละคร
ก็เช่นเดียวกับชาวจิตตนครเพลิดเพลินอยู่กับภาพแสดงของอารมณ์ เมื่อผู้ดูหนังดูละครไม่ปล่อยใจจนเกินไป มีสติรู้ตัวไว้บ้างว่ากำลังดูหนังดูละคร ก็จะไม่หลงชอบชัง ไม่ยินดียินร้ายไปกับบทบาทของตัวแสดง เช่นนี้ฉันใด
เมื่อภาพของอารมณ์ปรากฏขึ้นให้เห็น แม้ชาวจิตตนครไม่ปล่อยใจจนเกินไป มีสติรู้ว่าเป็นสิ่งที่สมุทัยใช้หัวโจกสร้างขึ้นเพื่อล่อให้หลง ก็จะไม่ชอบชังยินดียินร้ายไปกับภาพที่แสดงขึ้นด้วยอารมณ์นั้นจนเกินไป ฉันนั้น
การศึกษาให้รู้ความจริง คือ ศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้า และการอบรมสติให้ดำรงอยู่สมํ่าเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ที่ไม่ต้องการจะหลงเพลิดเพลินชอบชังยินดี ยินร้ายไปกับภาพที่สมุทัยสร้างขึ้นไว้ล่อให้หลง
ผู้ไม่เพลิดเพลินยินดียินร้ายจนเกินไปเท่านั้นที่มีจิตใจสงบเยือกเย็นที่ กล่าวได้ว่าเป็นจิตใจที่มีค่า เป็นที่พึงปรารถนาของผู้มีปัญญาทั้งหลาย..
http://www.ebooks.in.th/18346/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/
ก็เช่นเดียวกับชาวจิตตนครเพลิดเพลินอยู่กับภาพแสดงของอารมณ์ เมื่อผู้ดูหนังดูละครไม่ปล่อยใจจนเกินไป มีสติรู้ตัวไว้บ้างว่ากำลังดูหนังดูละคร ก็จะไม่หลงชอบชัง ไม่ยินดียินร้ายไปกับบทบาทของตัวแสดง เช่นนี้ฉันใด
เมื่อภาพของอารมณ์ปรากฏขึ้นให้เห็น แม้ชาวจิตตนครไม่ปล่อยใจจนเกินไป มีสติรู้ว่าเป็นสิ่งที่สมุทัยใช้หัวโจกสร้างขึ้นเพื่อล่อให้หลง ก็จะไม่ชอบชังยินดียินร้ายไปกับภาพที่แสดงขึ้นด้วยอารมณ์นั้นจนเกินไป ฉันนั้น
การศึกษาให้รู้ความจริง คือ ศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้า และการอบรมสติให้ดำรงอยู่สมํ่าเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ที่ไม่ต้องการจะหลงเพลิดเพลินชอบชังยินดี ยินร้ายไปกับภาพที่สมุทัยสร้างขึ้นไว้ล่อให้หลง
ผู้ไม่เพลิดเพลินยินดียินร้ายจนเกินไปเท่านั้นที่มีจิตใจสงบเยือกเย็นที่ กล่าวได้ว่าเป็นจิตใจที่มีค่า เป็นที่พึงปรารถนาของผู้มีปัญญาทั้งหลาย..
http://www.ebooks.in.th/18346/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3_%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/
บางส่วนจาก จิตตนคร เมืองภาพยนตร์ หน้า ๒๓
จิตตนคร
พระนิพนธ์ในองค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แต่ครั้งยังดำรงพระสมณศักดิ์เป็นพระสาสนโสภณ
ได้ทรงเรียบเรียงไว้สำหรับอ่านออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต ในรายการ “การบริหารทางจิต” เป็นประจำทุกเช้าวันอาทิตย์ ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ ถึง ๒๕๑๕
0 comments:
Post a Comment