ใจ..
ใจของเรา ทำไมตั้งชื่อว่าใจ ใจแปลว่ากลาง คำว่ากลางคือมันเฉย อุเบกขา ไม่ยินดีไม่ยินร้าย หรือท่านเรียกว่าวิสังขาร ไม่มีสังขารมาปรุงแต่งได้ เป็นกลางอยู่อย่างนั้น จึงตั้งชื่อว่าใจ
ไม่มีตัวตน สัตว์ บุคคล ไม่มีความโลภ ความโกรธ ไม่มียินดียินร้าย รู้เฉย รู้เฉย อุเบกขาอยู่ นี่แหละปัญญาจะไปรู้ขึ้นมา ที่ท่านว่าใจสักแต่ว่าใจ นี่แหละ สักแต่เขาตั้งชื่อให้ ธรรมชาติความว่างนี่ ไม่ยินดียินร้าย ก็เรียกว่าใจสักแต่ว่าใจ
ไม่มีสัตว์ บุคคล ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา นั่นแหละ ไม่ใช่ไปท่องเอาเฉยๆ ต้องรู้ว่า ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา ต้องเห็น มาภาวนา
แล้วจะไปหาอะไรอีก ต้องเห็น เห็นว่าไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา เห็นว่ามันเป็นธรรมชาติว่างอยู่ ว่าง สูญญตา
จากหนังสือ ธรรมอริยะ ๒
บันทึกโอวาทธรรม ของ หลวงตาศิริ อินฺทสิริ หน้า ๕๗ ใจ
จิตปลอม..
เบื้องต้นก็หลงกาย เบื้องปลายก็หลงใจ กายกับใจนี่แหละเรียกว่าขันธ์ ๕ หลงขันธ์ ๕ เมื่อจิตลงสู่ฐานใหญ่แล้ว เจโตวิมุตติ อัปปานาฌาน อัปปนาสมาธิ หรือว่าเจโตวิมุตติ จะไปเห็นจิตแท้ใจเดิมของเรา รู้ รู้ รู้ ตายไม่เป็น
ส่วนตัวเกิดตัวตายไม่ใช่จิตแท้ใจเดิม เขาเรียกจิตปลอม จิตปฏิรูป จิตเทียม มันเกิดมันดับ จิตปลอม จิตเทียม จิตแท้ใจเดิมมันจะผ่องใสอยู่ เป็นธรรมชาติอยู่
เมื่อกิเลสเข้าไปผสมจิต จิตจึงกลายเป็นจิตปฏิรูป จิตเทียม จิตสมุทัย ใจปลอม ใจสมมติ จึงเกิดเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เวทนาเกิดแล้วก็ดับ สุขเกิดแล้วก็ดับ ทุกข์เกิดขึ้นแล้วก็ดับ ดีใจเกิดขึ้นความเสียใจก็ดับ ความเสียใจเกิดขึ้นความดีใจก็ดับ
ความรักเกิดขึ้นความชังก็ดับ ความชังเกิดขึ้นความรักก็ดับ เราจะเห็นมันเกิดมันดับอยู่อย่างนี้ล่ะ จิตของพระเสขบุคคลมันก็จะเป็นอย่างนี้
จากหนังสือ ธรรมอริยะ ๒
บันทึกโอวาทธรรม ของ หลวงตาศิริ อินฺทสิริ หน้า ๔๓ จิตปลอม
13.2.17
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

0 comments:
Post a Comment