"รู้อริยสัจ 4 ด้วย ญาณ 3 สัจจญาณ กิจจญาณ และ กตญาณ"
..ดับขันธ์ 5 ด้วย อริยสัจ 4 รู้ขันธ์ 5 ด้วยอริยสัจ 4 รู้อริยสัจ 4 ด้วยญาณ 3 อันหนึ่งเรียกว่าสัจจะ คือความจริง ขันธ์ 5 มันเกิดเองดับเองอยู่อย่างงี้ นี่ล่ะอริยสัจจริง เรียกว่าสัจจญาณ
ปริญเญย ปริญเญย เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ เรียกว่า กิจจญาณ เป็นกิจที่ต้องกำหนดรู้ ปริญญา เราได้รู้แล้ว ปริญญาแปลว่ารู้แล้ว ปริญเญย แปลว่ากิจที่กำหนดรู้ ปริญญาเรียกว่าเราได้รู้แล้ว เรียกว่ากตญาณ
ญาณ 3 ญาณ สัจจญาณ กิจจญาณ กตญาณ ท่านให้กำหนดรู้ ให้พิจารณาดู กำหนดรู้ คือรู้ว่าขันธ์ 5 มันว่างจากสัตว์บุคคล ตัวตนเราเขา ขันธ์ 5 มันเกิดกับดับพร้อมกันอยู่อย่างนี้ เป็นวิบากขันธ์ วิบากจิต เป็นอริยสัจจริงอยู่อย่างนี้ ไม่ให้มาอุปาทานเอาขันธ์ 5
ถ้ามันเกิดแล้วมากำหนัดในขันธ์ 5 ก็เรียกว่ายินดี ยินดีพอใจในรูปเสียงกลิ่นรสที่เห็นนั้น ก็เกิดความโลภ เรียกว่าราคานุสัยตามนอน ถ้าเราดับราคานุสัยได้ ดับปฏิฆานุสัยได้ ก็ดับความโลภได้
ดับอวิชชานุสัยได้ก็ดับความหลงได้ จะไปถามหาที่ไหนพระนิพพาน ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ได้สิ้นเชิง นี่ล่ะเพลิงกิเลส ก็คือความโลภ ความโกรธ ความหลง นี่แหละ..
บางส่วนจาก ภพของจิต (34:33 - 36:34)
พระธรรมเทศนา หลวงตาศิริ อินฺทสิริ วัดถ้ำผาแดงผานิมิต
https://drive.google.com/file/d/0B6OG_Su4MwGZZ28wNm5HT2pSWUU/view?usp=sharing
25.11.16
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment