..ข้อสำคัญก็อยู่ ตรงที่ว่าทำจิตให้เป็นสมาธิได้รวดเร็ว อานิสงส์แห่งเมตตาธรรม ก็นับว่าเป็นความจริงทีเดียวแหละ เพราะว่าผู้ที่มีเมตตาจิตแล้ว มามองดูจิตของตนนี้ ไม่เกลียดใคร ไม่ชังใครเลย ไม่คิดอิจฉาใคร ไม่วิตกวิจารว่าคนนั้น เบียดเบียนเรา คนนี้ข่มเหงเรา ไม่วิตกเลย
เพราะเราให้อภัยเค้าไปหมด ใครจะคิดเป็นศัตรูต่อตน ตนก็ไม่คิดตอบโต้ ยกโทษให้อภัยให้ไปหมด ดังนั้นเมื่อมาทบทวนดูจิตของตัวเองนี่ มันจึงเห็นว่าเป็นจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมจริงๆ
ไม่อิจฉาพยาบาทใคร รู้จักให้อภัยแก่ศัตรู ได้ตลอดเวลา เมื่อเป็นเช่นนี้น่ะ การน้อมจิตลงสู่ความสงบมันก็เป็นไปได้ดี จิตก็สงบลงไปได้ง่าย นี่ บุคคลผู้หมั่นทำสมาธิอยู่ มีจิตใจตั้งมั่นมีสติแก่กล้าอยู่ในตน
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้บรรลุมรรคผลธรรมวิเศษอะไร ก็ตาม ครั้นเมื่อเวลาจวนจะสิ้นชีพทำลายขันธ์ ก็มีสติเต็มที่เลย ไม่หลงไหลตาย หมายความว่าอย่างงั้นนะ ตายอย่างคนมีสติ คนมีสตินี่ หมายความว่า ควบคุมจิตให้ตั้งมั่นอยู่ได้
ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไร ในเรื่องอดีตอนาคต ไม่ให้มาเกี่ยวข้องอยู่ในจิตใจนี้เลย นี่ที่ท่านเรียกว่าไม่หลงไหลตายนั่นนะ คำว่าผู้หลงไหลตายนี่ หมายความว่า เมื่อเวลาจวนจะตายนี่ มันไม่มีสติ ควบคุมจิตได้ จิตก็ละเมอเพ้อฝันไป ยึดสิ่งนั้นยึดสิ่งนี้อยู่ ไม่ยอมปลงไม่ยอมวาง
ทั้งที่สิ่งที่ใจไปยึดไปถืออยู่นั่น มันก็ล้วนแต่เป็นของไม่เที่ยง ไม่ทนทานถาวรอะไร แต่เมื่อมันหลงมันเมาแล้วมันก็ คว้าไขว่ไปอย่างนั้นแหละ นี่ท่านเรียกว่าหลับตาตาย ไม่ใช่ลืมตาตาย
ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายนี่ ฝึกใจของตนไว้ให้แน่วแน่ อย่าให้มันไปหลับตาตายอย่างว่า เราต้องลืมตาตาย ตายทั้งที่รู้ตัวอยู่นั่น นั่นแหละ จะเป็นหนทางไปสู่สุคติได้
ถ้าหากว่าบุญวาสนาบารมีแก่กล้าอย่างนี้ บางทีก็อาจบรรลุมรรคผลขั้นใดขั้นหนึ่งได้ ในเวลาจวนจะสิ้นชีพทำลายขันธ์ มีอยู่ในพุทธศาสนานี่น่ะ บางท่านบางองค์ก็ ได้บรรลุอรหัตผล..
บางส่วนจากพระธรรมเทศนา หลวงปู่เหรียญ - คนเขลาข้องอยู่ ผู้รู้หาข้องไม่ 17 ม.ค. 32
https://youtu.be/AUEpnkXNR5E?t=13m19s
(13:19 - 16:45)
26.8.17
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment