..เมื่อนึกถึง ร่างกายอันนี้มันประกอบไปด้วยทุกข์ นานาประการมีความไม่คงที่หวั่นไหวไปมาอยู่เสมอ ลักษณะอาการแห่งความทุกข์มันก็ปรากฎในใจ ทุกขังแปลว่าทนได้ยาก ทนอยู่ไม่ได้ ถ้าแปลออกเป็นภาษาไทยจริงๆแล้วนะ คำว่าทุกขังในที่นี้น่ะ
อะไรล่ะทนอยู่ไม่ได้ ก็อัตภาพร่างกายทุกส่วนนี่แหละ แล้วก็ทั้งสิ่งนอกร่างกายนี้ออกไปก็เหมือนกัน บุคคลอื่นสัตว์อื่นก็ดีตลอดถึงต้นไม้ใบหญ้า อะไรที่อยู่รอบๆตัวหมู่นี้ ลองสังเกตดูซิ มันมีอะไรล่ะมันนิ่งๆอยู่ตลอดเวลาได้ ไม่มีเลย มีแต่มันมีลักษณะอาการแปรปรวนไปอยู่อย่างนั้น
แม้ร่างกายนี้ก็เป็นอย่างนั้น เดี๋ยวก็ร้อนจัด เดี๋ยวก็หนาวจัด เดี๋ยวก็เจ็บโน้นปวดนี่ ผู้ใดมีกรรมมีเวรยิ่งแล้วใหญ่ กรรมเวรตามสนองเอายิ่งกระวนกระวาย ร่างกายนี่เป็นปกติอยู่ไม่ได้เลย เพราะกรรมมันแต่งเอา กรรมชั่วนะ มันแต่งเอา หาความสบายได้ยากเต็มทีเลย
นี่ การภาวนา สำรวมจิตใจให้แน่วแน่อยู่ภายใน ก็เพื่อมุ่งหวังที่จะ รู้แจ้งในสังขารร่างกายนี้ตามเป็นจริงอย่างนี้เองเน้อ ไม่ใช่ว่านั่งเซ่ออยู่เฉยๆอะ โดยไม่ต้องหาอุบายเพ่งพิจารณาร่างกาย สังขารอันนี้ มันก็ไม่ได้ความอะไร ถ้าเป็นอย่างนั้น ไปนั่งเซ่ออยู่เฉยๆ บางคนก็นั่งง่วง เหงาอยู่เฉยๆอย่างงี้นะ
มันก็ไม่เห็นอะไร ไม่เห็นความจริงของสังขารร่างกายนี้เลยแหละ แต่ว่าร่างกายนี้ มันบังคับไม่ได้ มันไม่เป็นไปตามใจหวัง อย่างนี้ เมื่อเรานึก ถึงความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ความไม่เป็นไปตามใจหวัง ความรู้ความเห็นอย่างนี้มันก็กระจ่างขึ้นในใจ..
บางส่วนจากพระธรรมเทศนาหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วันอุโบสถ 18 ม.ค. 31
https://youtu.be/nqiTWIiyALw?t=12m33s
(12:33 - 15:25)
21.2.17
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
0 comments:
Post a Comment